ลดริ้วรอยก่อนวัย-คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวใน-7-วัน

ลดริ้วรอยก่อนวัย คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวใน 7 วัน ด้วยพลังจากธรรมชาติ ผสานเทคโนโลยี The MOLECULAR SKINCARE series จาก Skinsista

สวัสดีค่ะทุกคน แน่นอนว่า!! ถ้าเรามาแปลว่ามีของดีมารีวิวบอกต่อทุกคน และวันนี้เราจะมาบอกต่อสกินแคร์ที่เราได้ทดลองใช้มาสักพักแล้วค่ะ เป็นสกินแคร์ไลน์ใหม่จากแบรนด์ Skinsista นั่นเองงง
ปกติเราใช้บูสเตอร์ของแบรนด์นี้อยู่หลายสูตรเลยค่ะ เพราะเค้าราคาไม่แรงมาก และที่สำคัญคือเห็นผลดีเลย แถมบางสูตรมีแบบซองให้ลองใช้ก่อนด้วย เลิศมั่ก ๆ
เดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ …

 

The MOLECULAR SKINCARE series สินค้ากลุ่มใหม่ ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก Skinsista ค่ะ เค้ามาในคอนเซ็ปต์ “Nature meets Technology” สารสกัดอันทรงพลังจากธรรมชาติ ผสานกับเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นถึงระดับโมเลกุลผิวเลยค่ะ !
อันนี้เราถ่ายไว้ตั้งแต่วันที่ได้มานะคะ อยากถ่ายตัวแพ็คเกจไว้ก่อน ก่อนจะแกะใช้ ^^
มาด้วยกันสองผลิตภัณฑ์ก็คือ Skinsista RESET Anti-Aging Ampoule และ Skinsista RESET Anti-Aging Booster ค่ะ จริง ๆ เราสามารถใช้แยกได้นะคะ แต่ว่าถ้าใช้คู่กันผลลัพธ์เค้าจะยิ่งปังขึ้นไปอีก เดี๋ยวเรามาดูกันทีละตัวเลยค่ะ
Skinsista RESET Anti-Aging Ampoule
ตัวนี้เป็น ampoule เข้มข้นเลยค่ะ เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นขั้นกว่าของการบำรุงผิว และเข้มข้นกว่าแอมพูลที่เป็นขวดใหญ่ ๆ ค่ะ ที่ต้องทำเป็นหลอดเล็ก ๆ แบบนี้ เพราะสารสกัดบางชนิดจะทำปฏิกิริยากับอากาศข้างนอก (Oxygen) ซึ่งการกักเก็บในหลอดเล็กแบบนี้ ทำให้สารสกัดยังคงประสิทธิภาพที่ดี และให้ผลดีอยู่นั่นเองค่ะ
ในส่วนของสารสกัดหลักของแอมพูลตัวนี้ จะมี
– สารสกัด Arctalis® (Pseudoalteromonas ferment extract) 2%
สารสกัดจากแบคทีเรียชนิดดี เกิดในมหาสมุทรอาร์กติกภายใต้แสง Aurora ช่วยในการลดเลือนริ้วรอย ได้ถึง 67% ใน 7 วัน
– เปปไทด์ Argireline® Amplified (Acetyl Hexapeptide-8) 5%
เปปไทด์สูตรอัพเกรด ช่วยลดริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าซ้ำ ๆ เช่นการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ช่วยให้ผิวกระชับขึ้น และปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยใหม่
– Bifida Ferment Lysate 5%
สารสกัดจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมผิว และตัวนี้เค้าใช้เทคโนโลยี The Cosmetic Drone® ช่วยนำพาส่วนผสมลงสู่ผิวแบบลงลึก ทำให้ริ้วรอยร่องลึกลดลง ผิวเนียนเรียบ ตึงกระชับขึ้น
วิธีใช้ง่ายมากค่ะ ในกล่องเค้าจะมีตัวหลอดพลาสติกหนา ๆ มาให้ เรานำมาสวมบนปลายหลอดของ Ampoule แล้วค่อย ๆ หักออกค่ะ ต้องใช้แรงนิดนึงนะคะ เค้าเป็นหลอดเราไม่แน่ใจว่าวัสดุอะไร แต่เค้าไม่ได้เป็นหลอดแก้วค่ะ ไม่ต้องกลัวแตกเลย หรือบาดมือ บาดหน้าเลย หลอดนึงสามารถใช้ได้ 2 ครั้ง คือ เช้า-ก่อนนอน สามารถนำปลายหลอดกลับด้านแล้วมาปิดแทนฝาได้เลยค่ะ
ตัวนี้ก็จะช่วยเรื่องริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม เปลือกตา ตีนกาดูจางลง ผิวกระชับขึ้น ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ปกป้องการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ กระตุ้นคอลลาเจนบนผิว ซ่อมแซมผิวที่เสียกายจากรังสี UV และแสงสีฟ้า เค้ายังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ รวมไปถึงฝุ่น PM2.5 และยังช่วยลดการระคายเคืองผิวด้วยค่ะ

เนื้อแอมพูลเป็นน้ำใส ๆ มีความหนาแน่นนิด ๆ แต่บางเบา ซึมง่าย ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี

ใช้ตบ ๆ เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอได้เลยค่ะ เอาจริงพอเนื้อเค้าซึมลง รู้สึกได้เลยว่าหน้าชุ่มชื้น และนุ่ม ๆ เลยค่ะ มันดูแบบผิวยืดหยุ่นขึ้น ทาเดี่ยว ๆ ก็ได้ 

หรือผสมกับสกินแคร์ชิ้นอื่นก็ได้ค่ะ ถ้าทาเดี่ยวเราจะทาแทนพรีเซรั่มไปเลย ก่อนจะลงเซรั่มอีกที

Skinsista RESET Anti-aging Booster
ตัวนี้เป็นเซรั่มบูสเตอร์ ที่จะช่วยนำพาส่วนผสมของสกินแคร์อื่น ๆ ให้ซึมลึกลงสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็จะมีส่วนผสมเหมือนกับตัวแอมพูลเลย แต่แอมพูลจะมีความเข้มข้นมากกว่า
ตัวนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์ไฮยาลูรอนิคและอิลาสตินมากขึ้น จึงทำให้ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับขึ้น ลดการตึงของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอย ฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ PM2.5 ลดการระคายเคืองของผิวเช่นเดียวกับตัวแอมพูลเลยค่ะ
ตัวผลิตภัณฑ์ของ Skinsista มั่นใจได้เลยค่ะ เพราะเค้าผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ว่าอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ไม่มีสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำมัน และที่สำคัญคือไม่มีการทดลองกับสัตว์ด้วยค่ะ

เนื้อเข้มข้นเลยค่ะ แต่ว่าไม่เหนียวนะคะ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น

ลองทาลงบนผิวแล้วซึมเร็ว สบายผิวค่ะ ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นเลย ไม่เหนียว ไม่หนักหน้า สามารถใช้ได้ทุกวัน ใช้ได้ทั้งเช้า-ก่อนนอนเลยค่ะ เพื่อเห็นผลดี และไวขึ้น

ควรใช้ตัวแอมพูลคู่กับบูสเตอร์ตัวนี้เลย ลงแอมพูลก่อน และลงบูสเตอร์ตามได้เลยค่ะ

อันนี้คือผลลัพธ์ของเรา ที่ใช้ตัวแอมพูลคู่บูสเตอร์มาครบ 7 วัน และพอแอมพูลหมด เราก็ใช้ตัวบูสเตอร์ต่ออีกจนครบ 14 วันค่ะ ส่วนตัวเราว่าผิวฉ่ำขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น แบบเด้ง ๆ เลย ในเรื่องริ้วรอย แม้จะไม่ได้จางลงแบบเห็นได้ชัด แต่ช่วงแก้มเวลายิ้ม ไม่นับร่องแก้มที่เป็นริ้วรอยร่องลึกนะคะ เป็นช่วงขึ้น ๆ ไปอีก รู้สึกว่ามันตื้นขึ้นด้วย ยิ่งพอผิวมันอิ่มขึ้น ริ้วรอยก็ดูจางลงด้วยค่ะ
ใครที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ไม่ว่าจะริ้วรอยแรกเริ่ม หรือริ้วรอยฝังลึก ลองหามาใช้ดูน้าาา
ต้องบอกเลยว่าคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ ดีขนาดนี้ แต่ราคาสบายกระเป๋ามาก ๆ เลยค่ะ ^^
วันนี้เราขอตัวไปก่อนแล้วน้าา บะบุยย xoxo

Credit : https://www.jeban.com/topic/328270

สตาร์ฟผิวให้ดูอ่อนเยาว์

สตาร์ฟผิวไว้ให้ดูอ่อนเยาว์ด้วยสูตรลับ จาก Skinsista

สวัสดีค่า

มีใครไม่อยากแก่บ้างคะ…ยกมือกันรัวๆๆๆ ส่วนมิวหรอมีกี่มือจะยกให้เยอะเลย ไม่ใช่ทศกัณฐ์ดันมีมือแค่ 2 มีหน้าแค่ 1 เดียว โอ้ย!!! ฉันอยากจะสตาร์ฟผิวไว้แค่นี้ไปจนอายุผ่านไปซักร้อยปีก็หน้านี้ เฮือก!!!ทำได้มั้ย?
ตอนนี้มีไอเท็มดีกี่ชิ้นก็อยากลองไปซะทุกอย่าง เพื่อหยุดความชราบนผิว และวันนี้ขอมาแชร์เทคนิคที่มิวทำอยู่นะ ถือว่าก็เป็นวิธีที่พอดีและพอได้ สำหรับอายุเท่านี้ที่มิวผิวแบบนี้อ่าเนอะ แต่ถ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้ก็จะมาแชร์ค่า (ฉันคือหนูทดลองของตัวเองแหละ)
มาบอกสภาพผิวของมิวก่อนนะ ปีนี้มิวอายุ 29 ปีละ เลข 3 มารออยู่ป้ายหน้า แต่!! อย่าไปกลัว มันเป็นแค่ตัวเลขที่บอกประสบการณ์อันโชกโชนของเรา เคยได้ยินมั้ย “ยิ่งเยอะยิ่งมากประสบการณ์อ่า” ลองผิดมาเยอะ แต่บางทีก็มาหาทางที่ถูกบ้าง อ่า…เข้าเรื่องละนะ 
มาบอกก่อนว่ามิวไม่เคยพึ่งเทคโนโลยีด้านความงามใดๆ ไม่ว่าจะฉีด จะยิง จะเย็บ จะร้อย อิฉันยังไม่เคย 55 (อยากลองแต่แอบกลัว)ไหนบอกลองมาเยอะ หมายถึงวิธีที่เราทำเองได้ค่ะ แบบไม่พึ่งใคร เช่นหลักการออกกำลังกาย อาหารการกิน การปรับใช้สกินแคร์ และไลฟสไตล์ มันเยอะนะ กว่าเราจะมีผิวดีๆได้
สภาพผิวและปัญหาที่มีตอนนี้ รูขุมขนกว้างจากกรรมพันธุ์ที่ยากต่อการแก้ไข เริ่มสังเกตเห็นเส้นริ้วรอย และผิวเริ่มไม่กระชับหรือยืดหยุ่นเท่าเดิม เพราะว่าเวลายิ้มหรือหลังตื่นตอนจะเริ่มเห็นรอยยับและคืนตัวกลับช้าค่ะ

วิธีที่มิวปรับใช้เพื่อรักษาผิวและร่างกายของตัวเองอยู่ตอนนี้

 1. นอนเถอะนะ นอน มันสำคัญต่อทุกเซลล์ในร่างกายนอนให้มีคุณภาพ หลับให้ลึก แล้วทุกอย่างจะสดใสเอง
2. เลือกกินบ้าง โตแล้วกินไม่ต้องเยอะ แต่กินสิ่งที่สะอาดปลอดภัยและมีคุณค่าทางอาหาร
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะน้ำคือส่วนสำคัญที่ช่วยล่อเลี้ยงทุกเซลล์ในร่างกาย 
4. ออกกำลังกายมันคือยาวิเศษ ทำให้เลือดมันวิ่งพล่านทุกส่วนในร่างกาย ตีลังกากลับหัวกลับหางบ้าง ให้มันทวนตามแรงโน้มถ่วงของโลกบ้าง เลือดไหลขึ้นหน้า ขึ้นสมองจะโล่งดีมากจ้า
5. คิดมากไปมันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีเสมอไป โดยเฉพาะกับร่างกาย ความเครียดมันคือปีศาจที่จะกลืนกินทุกความสุขของร่างกาย (วิธีที่ทำให้ความเครียดลดลง ของมิวคือ “การปลดปล่อยพลังงาน ไม่ว่าจะออกกำลังกายหนักๆ เต้นกระจาย สะบัดทุกส่วนแรงๆหรือร้องเพลงตะโกนสุดเสียง มันส์!!!ดี!!ค่ะ ลองหาวิธีดูสำหรับตัวเองให้เจอนะคะ)
6. เลือกสกินแคร์ที่น้อยแต่มาก โบกมากไปก็มีแต่อุดตันรูขุมขน ให้ผิวได้หายใจบ้าง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้พอดี แต่มากประสิทธิภาพ เลือกตามฤดูกาล หรือปัญหาผิวในช่วงนั้นๆ

 

วันนี้มิวมีตัวช่วยที่ดีมากๆ ที่มิวได้ลองใช้ในช่วงนี้ ทาด้าาาาา….

RESET ANTI-AGING AMPOULE & BOOSTER 

The MOLECULAR SKINCARE series คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวใน 7 วัน*  ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ใช้นวัตกรรมล่าสุด ที่ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซ็ป “Nature meetsTechnology” ที่นำเอาสารสกัดทรงพลังจากธรรมชาติ สารสกัด Arctalis® (Pseudoalteromonas ferment extract) ผสานกับเทคโนโลยีชั้นสูง ( The Cosmetic Drone® )ที่นำพาเอาสารต่างๆสู่เซลล์ผิว ได้อย่างล้ำลึก

คุณสมบัติและส่วนผสมที่น่าสนใจ :

พลังแห่งธรรมชาติ

  • สารสกัด Arctalis® (Pseudoalteromonas ferment extract)  สารสกัดจากแบคทีเรียชนิดดีที่มีคุณค่าต่อผิว เกิดขึ้นในมหาสมุทอาร์กติกภายใต้แสง Aurora มีประสิทธิภาพสูงในด้านการลดเลือนริ้วรอย เป็นสารที่กระตุ้น การสร้างคอลลาเจน เสริมสร้างอิลาสตินและไฮยาลูรอนจากธรรมชาติ ปกป้องแสงสีฟ้าให้ผิวซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดริ้วรอย

  • เปปไทด์ Argireline® Amplified (Acetyl Hexapeptide-8) เปปไทด์สูตรอัพเกรด ที่ทำหน้าที่ลดการลดตึงของกล้ามเนื้อ ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยตามร่องหน้าผาก รอบดวงตา ร่องขมวดคิ้ว และร่องแก้ม

  • Bifida Ferment Lysate  สารสกัดจากธรรมชาติ ที่ช่วยซ่อมแซม DNA ผิว ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก ป้องกันริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวบนใบหน้าที่เกิดซ้ำๆจากการแสดงอารมณ์

***ผ่านการทดสอบจากการแพทย์ (Dermatologist Tested)
อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม แอลกอฮอล์
น้ำมันแร่ ไม่มีทดลองกับสัตว์

 แพคเกจและเนื้อสัมผัส

 •Ampoules : หลอดแอมพูลสีชา เพื่อรักษาความสดใหม่และป้องกันแสง หลอดเป็นหลอด PET แข็งแรง เวลาใช้ต้องออกแรงหักซักหน่อย วิธีใช้มิวขอแทรกรูปภาพประกอบนะ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ส่วนเนื้อสัมผัส เนื้อเขาเหลวแบบน้ำแต่มีความหนึดๆเล็กน้อย สัมผัสบางเบาซึมไวมาก ตบๆลงผิวก็หายวับไปเลย ทิ้งความชุ่มชื้นบนผิวจับผิวแล้วรู้สึกเด้งๆดีมากค่ะ

 
Booster : มาในขวดแก้วสีชา พร้อมกับหัวดรอปเปอร์แบบกด มิวแอบมีปัญหากับตัวกดของดรอปเปอร์ มิวกดแล้วเนื้อเขาไม่ค่อยยอมขึ้นมาเลย เนื้อบูสเตอร์สีใสเข้มข้นมาก มีเม็ดบีทวิตามิน E เล็กๆสีทองผสมมาด้วย เนื้อบางเบาแต่พอทาลงแล้วแล้วจะมีความหนึบๆบนผิวเล็กน้อย ทิ้งไว้ซักพักก็จะหายไปค่ะ

วิธีใช้ของมิว

หลังล้างหน้าเสร็จ เช็ดปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์หรือสเปรย์น้ำแร่ จากนั้นหักแอมพูลเทลงบนฝ่ามือ แล้วก็บรรเลงทาบนผิว ตบๆให้เนื้อเขาซึมลงไปแล้วตามด้วยหยดบูสเตอร์ลงบนผิว ตบๆลงผิวให้ซึมค่ะ แล้วจบด้วยฉีดน้ำแร่ลงผิวอีกครั้ง ถ้าเป็นช่วงกลาวันมิวจะตามด้วยกันแดด ส่วนกลางคืนมิวจะตามด้วยออยล์หรือมอยเจอร์ไรเซอร์แบบครีมครีมเพื่อล็อคความชุ่มชื้นอีกหนึ่งเลเยอร์ค่ะ

 

ผลลัพธ์และความรู้สึกหลังใช้

1-4 วันหลังใช้ : ชอบความรู้สึกหลังใช้มาก มิวใช้ครั้งแรกในช่วงก่อนนอน ตื่นเช้ามา ผิวจะมีความลื่นๆจับผิวแล้วจะตึงๆหน่อยๆ ใช้ความชุ่มชื้นดี ผิวดูมีความฟูขึ้นค่ะ (ช่วงที่มิวใช้เป็นช่วงของรอบเดือนมาพอดี ผิวจะมีผดประปราย และมีรอยสิวที่เพิ่งกดออกไปค่ะ)

 

7 วันหลังใช้ : รู้สึกว่าผิวมันแข็งแรงขึ้น ผิวดูสดใสขึ้น ลูบผิวหน้าแล้วมีความเรียบลื่น ผดเม็ดเล็กยุบตัวและหายไป ส่วนรอยสิวจางลงเร็วขึ้นค่ะ จากปกติต้องใช้เวลาซักระยะหลังจากมีรอบเดือน ส่วนเรื่องริ้วรอย มิวรู้สึกว่าผิวมันกระชับขึ้น หน้ายับหลังตื่นนอนตอนเช้าก็น้อยลง ส่วนเส้นริ้วรอยลึกๆต้องใช้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆมากกว่านี้ค่ะ

 

สรุปผลลัพธ์ที่ได้ “หลังใช้ต่อเนื่อง 7 วัน
ผิวอิ่มน้ำและชุ่มชื้นขึ้น ผิวดูฟูอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เส้นริ้วรอยและความหยาบของผิวลดลง รูขุมขนดูกระชับตื้นขึ้น เมื่อสัมผัสผิวแล้วลื่นมือ ผิวเรียบลื่นขึ้นมากค่ะ รู้สึกว่าผิวดูเต็มๆอิ่มๆมาก และที่ชอบที่สุดเลยคือ ทำให้รอยแผลเป็นจากสิวดูจางลงเร็วกว่าปกติ”

และสำหรับความที่มิวอยากทดสอบประสิทธิภาพในการลดเลือนรอยต่างๆ มิวเอามาทาที่แขนที่เป็นรอยแผลเป็นจากแผลพุพองจากการโดนความร้อน (กรณีแผลเป็นของมิวเป็น “แผลเป็นใหม่” นะ ถ้าเป็นแผลเป็นเก่าที่นานแล้ว โอกาสหายจะช้ากว่าหรือไม่เห็นผลค่ะ)



มิวได้ลองเอาทั้งแอมพูลและบูสเตอร์ มาทาและคลึงๆนวดลงผิวบริเวณแผลเป็น ประมาณ 7 วันค่ะ แผลเป็นดูจางลงไปมากกว่าเดิม (จากที่เราทาครีมปกติ) จางลงจนถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็มองผ่านๆไม่เห็นแล้วค่ะ เริดเด้อจ้า…..

 

“มีรอยที่เป็นขีดลึกจากการพองของเนื้อที่สัมผัสความร้อนแบบแนบเนื้อ และสีผิวคล้ำจากเม็ดน้ำเหลืองที่พุพองจากความร้อนโดยรอบค่ะ”

ใครไม่อยากแก่ หรือปัญหาเรื่องริ้วรอย ลองหามาใช้ดูนะ บอกเลยว่าคุณภาพเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่ราคาเพียงหลักร้อยเท่านั้นค่ะ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

ราคาเปิดตัวพิเศษ :

RESET: anti-aging ampoule 790 บาท
RESET: anti-aging booster  690 บาท

หาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ : Watsons / Lazada / Shopee

ช่องทางการติดต่อ:

– Website: www.skinsista.com

– Facebook.com/skinsista

– IG: skinsista

– Line ID: @skinsista

– Call Center: 083 597-9797  

 

มิวขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ รีวิวนี้เกิดขึ้นจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวของมิวเอง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้ที่สนใจ ขอบคุณทุกการอ่าน กำลังใจการทุกช่องทาง ผู้สนับสนุน และพื้นที่คอมมูนิตี้แห่งนี้เสมอค่ะ 

Credit :  https://www.jeban.com/topic/328063

วิธีช่วยแต่งหน้าเนียน-กริ๊บ-ทำแล้วผิวหน้าละเอียดขึ้นมาก

วิธีช่วยแต่งหน้าเนียน กริ๊บ ทำแล้วผิวหน้าละเอียดขึ้นมาก

รูขุมขนกว้าง เป็นปัญหาใหญ่บนใบหน้า ยิ่งพยายามแก้เท่าไหร่ มันก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น ดูเหมือนว่าการตอบสนองจะยิ่งขยายวงกว้างกว่าเดิม แล้วจะทำอย่างไรดี ยิ่งทำยิ่งผิวหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ขอนำเสนอเทคนิคลัดง่ายๆ วิธีที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณ ดูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้ของที่อยู่รอบตัวของเราไม่ต้องไปเสียเงินราคาแพงในการเข้าคอร์สทำหน้าอีกต่อไปบอกเลยว่ารูขุมขนกว้าง ยิ่งกว้างมากเท่าไหร่ใบหน้าของคุณก็จะดูแก่กว่าไวมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแล้ว ควรที่จะหาวิธีป้องกันและเร่งรีบทำตั้งแต่วันนี้เลย

ล้างหน้าให้สะอาด

ละเลยไม่ได้เด็ดขาดกับการล้างหน้า สำคัญที่สุดคือล้างหน้าให้สะอาดหมดจดไม่ทิ้งคราบที่ไม่สะอาดไปอุดตันรูขุมขนซึ่งเป็นสาหตุหลักที่ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ถ้าผิวหน้าสะอาดจะเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลง การล้างที่เหมาะสมไม่ควรทำบ่อยจนเกินไปต่อวันควรล้างแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอ ช่วงเช้าตื่นนอน และช่วงค่ำก่อนนอน

น้ำแข็งช่วยได้

เข้าครัวเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแข็งมาถูไถเบาๆ บนใบหน้าบริเวณที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ถูไปมา 15-30 วินาที แล้วพัก ทำสัก 2-3 รอบ เท่าที่ใบหน้าจะทนกับความเย็นไหว ลองทำดูจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้

เบรกกิ้งโซดาสารพัดประโยชน์

เข้าสู่วงการความงามอย่างเป็นทางกร สำหรับเบรกกิ้งโซดาเดินทางจากครัวมาสู่โต๊ะเครื่องแป้ง กลายเป็นไอเทมความงามไปซะแล้ว นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วมาขัดผิวบริเวณรูขุมขนกว้าง ช่วยจัดการสิวเสี้ยน พร้อมกับต่อต้านการเกิดสิวขึ้นในเวลาเดียวกัน มีสรรพคุณช่วยในการกระชับรูขุมขน แต่สำหรับผู้ที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายต้องระมัดระวัง อาจระคายผิวได้

ไข่ขาวกระชับผิว

สูตรเด็ดมาส์คหน้ากระชับผิวต้องยกให้ ไข่ขาว เลย นำไข่ขาวมาทาลงให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างไข่ขาวออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้าอีกครั้ง ช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีระดับหนึ่ง และยังเป็นการลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวอีกด้วย

Greek yoghurt on the table

มาส์คหน้าด้วยโยเกิร์ต

กรดแลคติก และโปรไบโอติก ในโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการต่อต้านเบคที่เรียทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าและยังช่วยลดการขยายขนาดพร้อมกระชับรูขุมขน นำโยเกิร์ตสธรรมชติมาทาบางๆ มาส์คให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง แค่นี้ผิวหน้าก็กระชับแล้ว

น้ำแข็งและน้ำมะนาว

อีกสูตรกระชับรูขุมขนบนใบหน้าที่ดี และรวดเร็วทันใจคือ น้ำแข็งและน้ำมะนาว สูตรธรรมชาติที่หาได้ง่ายจากในตู้เย็นเริ่มต้นเตรียมผิวล้างหน้าให้สะอาดหมดจด นำผ้าขนมาห่อก่อนน้ำแข็งแล้วถูให้ทั่วใบหน้า ความเย็นจากน้ำแข็งช่วยกระชับรูขุมขนได้ จากนั้นตามด้วยน้ำมะนาวที่ช่วยกระชับรูขุมขนเช่นกัน

มะนาว แตงกวา คู่หูหน้าสวย

ผลัดเซลล์ผิวที่แห้งเสียแล้วพร้อมกระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าเรียบเยน ด้วยการบดขยี้แตงกวา 1 ผล ให้เป็นเนื้อละเอียด บีบมะนาวลงไป 2-3 หยด มาส์คให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แตงกวามีฤทธิ์เย็นทำให้รูขุมขนเล็กลง ส่วนมะนาวช่วยลดจุดด่างดำ ง่ายๆแค่นี้ทำอาทิตย์ละครั่งก็สวยปิ้งแล้ว

สวยด้วยมะเขือเทศ

สาวผิวมันฟังทางนี้เลย เพราะสูตรมาส์คหน้านี้หมาะที่ซู้ดดดดด มะเขือเทศช่วยความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขนฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาสวยเด้ง พร้อมปรับผิวให้กระจ่างใสอีกด้วย ผ่าครึ่งมะเขือเทศ แล้วนำด้านในมาถูเบาๆ บนใบหน้าจนทั่ว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 -15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

เรื่องกล้วย กล้วย

เรื่องง่ายๆ จบได้ด้วยกล้วย จะกล้วยหอม หรือกล้วยน้ำว้าก็ได้ สรรพคุณกระชับผิวบนใบหน้า บดกล้วยให้ละเอียดเติมนมสด หรือน้ำผึ้งลง คนผสมให้เข้ากัน มาส์คหน้าและลำคอทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับหน้าให้แห้งแค่นี้ก็สวยเพอร์เฟคได้แล้ว

ขอแนะนำอีก 1 วิธีคือการใช้สกินนแคร์ในการบำรุงอย่าง Pore Minimizing Booster บูสเตอร์เนื้อบางเบา ปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบารุงอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้สารบารุงต่างๆซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้น ผสานวิตามิน B9 เข้มข้น และสารสกัดจากสาหร่าย 3 สี 4 สายพันธุ์จากเกาะเชจู จัดการ 3 สาเหตุหลัก รูขุมขนกว้าง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 5 ชนิด ทาให้รอยต่อระหว่างชั้นผิวกระชับแน่นขึ้น ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ควบคุมความมัน ลดสิวอุดตัน ผิวจึงเรียบเนียนดุจทาไพรมเมอร์ ใน 15 วัน

Credit: https://www.postsod.com/10-tighten-pores

ถ้าไม่หยุด-5-สาเหตุรูขุมขนกว้าง-พร้อมวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้

พังแน่! ถ้าไม่หยุด 5 สาเหตุรูขุมขนกว้าง พร้อมวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้

ก่อนอื่นเราจะพามารู้จัก “รูขุมขนกว้าง” กันก่อนดีกว่าค่า

รูขุมขนกว้าง คือ ลักษณะรูขุมขนบนใบหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ เกิดจากต่อมผลิตไขมันใต้ผิวหนังขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ หรือโครงสร้างของการเกิดเส้นขนใต้ผิวหนังผิดปกติ โดยที่ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ รูขุมขนกว้างจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง อักเสบ หรือเป็นก้อนแข็งแต่อย่างใด

รูขุมขนกว้างมักเกิดขึ้นบนใบหน้าบริเวณแก้ม หน้าผาก เหนือปาก หูชั้นนอก หรือตามลำตัว เช่น บริเวณแผ่นหลัง ขนาดความกว้างของรูขุมขนมักขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนด้วย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยมักพบอาการนี้ได้มากในผู้ใหญ่วัยกลางคน รูขุมขนกว้างอาจสัมพันธ์กับการเกิดสิว เนื่องจากรูขุมขนกว้างเกิดจากการขยายขนาดของต่อมผลิตไขมัน เมื่อมีไขมันเพิ่มมากขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวตามมา

แม้ว่ารูขุมขนกว้างเป็นเพียงอาการที่ปรากฏบนผิวหนัง และไม่ได้ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ก็อาจสร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจแก่ผู้ที่กำลังเผชิญอาการนี้ได้เช่นกัน จึงมีคนมากมายพยายามหาวิธีรักษารับมือปัญหานี้ อย่างไรก็ดี การดูแลจัดการกับรูขุมขนกว้างควรเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเสมอ

สาเหตุรูขุมขนกว้างเกิดจากอะไร?

  1. พันธุกรรม ถ้าคนในครอบครัวมีรูขุมขนกว้างแล้วล่ะก็ ไม่แปลกเลยที่ผิวคุณจะเป็นแบบนั้นด้วย ถึงงแม้ว่าการแก้ไขพันธุกรรมที่ทำให้รูขุมขนกว้างจะเป็นไปไม่ได้ แต่การดูแลปรนนิบัติผิว และการจัดการกับสาเหตุอื่น ๆ ที่จะกล่าวต่อไป ก็จะช่วยทุเลาปัญหานี้ได้
  2. ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป การที่ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เกิดจากการที่ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง มีการขับน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนต้องขายตัวเพิ่มขึ้นเพื่อขับน้ำมันออกมา มักเกิดบริเวณ T-zone จมูก และแก้ม

วิธีแก้   ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ถนอมผิว หรืออาจมีส่วนผสมของน้ำมัน ประมาณวันละ 1-2 ครั้ง ไม่ล้างหน้าบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการขัดผิวหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแห้งเสีย การล้างทำความสะอาดผิวหน้าช่วยลดสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน และเป็นทางออกหนึ่งที่มีส่วนช่วยไม่ให้รูขุมขนกว้างหรือขยายใหญ่ขึ้นไปอีก

  1. การดูแลผิวไม่เหมาะสม การดูแลผิวไม่ถูกวิธี เช่น บีบ แคะ แกะ หรือแม้กระทั่งการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นประจำ หรือไม่มีการเช็ดเครื่องสำอางออก และไม่ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน ก็จะทำให้รูขุมขนกว้างได้เช่นกัน

 วิธีแก้ ควรล้างหน้าให้สะอาดและชำระล้างเครื่องสำอางออกให้หมดทุกครั้งก่อนเข้านอน ต้องระมัดระวังไม่ให้นอนหลับไปพร้อมกับเครื่องสำอาง เพราะจะทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันของน้ำมันและสิ่งสกปรก และไม่ควรบีบ แกะ สิวเอง อาจใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมมาสก์ใบหน้าเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มความเรียบเนียนสม่ำเสมอกันของผิวหน้า เช่น มาสก์จมูก แก้ม หน้าผาก มาสก์ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  1. แสงแดด แม้แสงแดดจะมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การสัมผัสแสงแดดมากจนเกินไปสามารถทำให้ความนุ่มนวลของผิวลดลงจนกลายเป็นผิวแห้งเสีย และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ ยิ่งสภาพอากาศเมืองไทยที่เป็นประเทศในโซนอากาศร้อนชื้น ยิ่งทำให้คนไทยมีโอกาสเผชิญกับแสงแดดและความร้อนที่ทำร้ายผิวได้มากขึ้น

วิธีแก้  ในทุก ๆ วัน ควรทาครีมกันแดดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำ สวมเครื่องแต่งกายปกปิดผิว หรือสวมหมวกปีกกว้างเมื่อต้องออกแดด และหลีกเลี่ยงการตากแดดในช่วงเวลาที่แดดจ้า เช่น ช่วง 10 โมงเช้า ไปจนถึง 4 โมงเย็น เป็นต้น

  1. นอนไม่พอ สาวๆที่ชอบปาร์ตี้ หรือใครก็ตามที่มักจะมีกิจกรรมยามดึกตลอดเวลา ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ผิวของเราขาดการฟื้นฟู ผิวอ่อนล้า ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน หน้ามันเยิ้ม รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเกิดริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำต่างๆ และเป็นที่มาของทุกปัญหาผิวอีกด้วย

วิธีแก้ มาสก์หน้าเป็นประจำเพื่อกระชับรูขุมขน ทามอยส์เจอไรเซอร์ทุกวันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ควบคุมความมัน คลายเครียดหลังหลังจากการทำงาน นอนก่อน 4 ทุ่ม และดื่มน้ำเยอะ ๆ หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวหน้า

ฟื้นฟูให้กับผิวให้กับผิวโดย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3 หรือ Niacinamide นั้นเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวของเราที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างครอบคลุม โดยสามารถไล่ตั้งแต่ช่วยลดริ้วรอยและรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ช่วยลดอาการแดงและอาการระคายเคืองบนผิว ไปจนถึงช่วยกระตุ้นการผลิตเซราไมด์ (ceramide) ที่ช่วยให้ผิวกระชับและชุ่มชื้น ซึ่งจะส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยกระชับรูขุมขนและคุมความมันบนผิว จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีผิวมัน อย่างไรก็ตามเป็นส่วนผสมที่เข้าได้กับทุกสภาพผิว

 

ถึงแม้ว่าปัญหารูขุมขนกว้าง อาจมีสาเหตุหลักมาจากพันธุกรรม ซึ่งไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้  แต่ก็ยังมีสาเหตุรูขุมขนกว้างอื่น ๆ ที่เราสามารถจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน สิ่งสกปรกอุดตัน แสงแดด และอนุมูลอิสระ การจัดการและขจัดปัจจัยข้างต้น รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม ที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ก็จะช่วยให้รูขุมขนกลับมากระชับแลดูเล็กลง

ขอแนะนำ Pore Minimizing Booster บูสเตอร์เนื้อบางเบา ปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบารุงอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้สารบารุงต่างๆซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้น ผสานวิตามิน B9 เข้มข้น และสารสกัดจากสาหร่าย 3 สี 4 สายพันธุ์จากเกาะเชจู จัดการ 3 สาเหตุหลัก รูขุมขนกว้าง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 5 ชนิด ทาให้รอยต่อระหว่างชั้นผิวกระชับแน่นขึ้น ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ควบคุมความมัน ลดสิวอุดตัน ผิวจึงเรียบเนียนดุจทาไพรมเมอร์ ใน 15 วัน

Credit : https://bit.ly/2QcQQE4

7-ความพลาดที่ทำให้…ไม่หายสิว!

7 ความพลาดที่ทำให้…ไม่หายสิว!

สาวๆ เช็คด่วน อยากหายสิวต้องเลิกทำพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะนี่คือ 7 ความพลาดที่ทำให้ไม่หายสิว!!!

มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง…

#SkinsistaBeautyTips #SkinsistaBeautySecret #Skinsista #อยากหายสิว #เบื่อสิว #เกลียดสิว

  1. ไม่สนใจเรื่องอาหารการกิน

สิวที่ไม่หายคงไม่เกี่ยวกับอาหารการกินหรอก เพราะฉันก็กินแบบนี้มาตั้งนานแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลย!

ใครยังมีความคิดแบบนี้อยู่ต้องคิดใหม่เลยนะคะ แม้ว่าในอดีตคุณจะไม่เคยเป็นสิว แต่การสะสมพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีมาเรื่อยๆ ก็ทำให้ผิวและร่างกายอ่อนแอลงได้

ทางที่ดีควรลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดของมันของทอด ลดอาหารสำเร็จรูป ที่สำคัญรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นพร้อมทั้งดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

2. นอนทั้งที่ไม่ล้างเมคอัพ

ข้อนี้คือผิดอย่างรุนแรง เพราะการไม่ล้างหน้าให้สะอาดก่อนเข้านอน ทำให้เครื่องสำอางต่างๆยิ่งอุดตันในรูขุมขน นอกจากเครื่องสำอางแล้วยังมีของแถมที่เป็นฝุ่นควันมลภาวะซึ่งก็ติดมากับหน้าเราในทุกๆ วันที่ออกไปทำงาน

สำหรับสาวๆ ที่ขี้เกียจ จะไม่อาบน้ำก็ได้นะคะแต่ห้ามไม่ล้างเครื่องสำอางเด็ดขาด

3. รบกวนผิวมากเกินไป

การดูแลผิวบางประเภทก็ไม่ควรทำมากเกินไปเพราะแทนที่จะดีขึ้นกลับแย่ลง ได้แก่

‘การล้างหน้าหลายครั้ง’ แทนที่จะสะอาดกลับยิ่งทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้น และนั่นยิ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว

‘สครับหน้าบ่อยเกินไป’ การสครับหน้าทำได้มากที่สุดคืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เป็นการช่วยขจัดผิวหนังที่ไม่ได้ผลัดและน้ำมันส่วนเกิน ที่สำคัญควรเลือกสครับที่มีเม็ดบีทที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยนะ

4. เผลอทีไรต้องจับหน้า

วงการจับหน้าเข้าแล้วออกยากนะคะ แต่ถ้าเลิกได้สิวดีขึ้นแน่นอน มือคืออวัยวะที่ไปสัมผัสสิ่งอื่นอยู่ตลอดเวลาและสะสมเชื้อโรคเยอะมาก ยิ่งเอามือมาจับหน้ามากเท่าไหร่ ก็เหมือนยิ่งเอาเชื้อโรคเข้ามาใส่ผิวมากขึ้น แล้วแบบนี้สิวจะหายได้ไง ฮึบๆ ต่อไปอย่าเผลอจับหน้าอีกนะ

5. ไม่เคยคลีนโทรศัพท์มือถือ

หลายๆ คนอาจจะมองข้ามนะคะ แต่โทรศัพท์มือถือนี่แหละแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี แถมยังเป็นไอเทมที่เราเอาขึ้นมาแนบหน้าได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนที่ทำงานแบบที่ต้องคุยโทรศัพท์อยู่เสมอ ทางที่ดีคือควรทำความสะอาดหน้าจอมือถือหรือใช้หูฟังแทนก็ได้

6. ไม่ทาครีมกันแดด

พลาดอย่างแรงถ้าคุณอยากหายสิวแต่ไม่ทาครีมกันแดด เพราะรังสี UV คือมลภาวะที่มีดาเมจรุนแรงต่อผิวมากๆ แม้จะบำรุงแค่ไหนแต่ถ้าไม่ทาครีมกันแดดยังไงผิวหน้าเราก็ไม่มีทางดีขึ้น เพราะทำให้โครงสร้างผิวเราพังและสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างมหาศาล

7. ไม่เคยล้างแปรงแต่งหน้า

บางทีก็สงสัยบำรุงผิวก็ดีแต่ผิวไม่ดีขึ้นเลย งั้นลองมาล้างแปรงแต่งหน้าบ่อยๆ กันเถอะค่ะ ขนาดเสื้อผ้าเราก็ยังซัก จานชามแล้วก็ยังล้างทุกวัน แปรงแต่งหน้าที่เอามาใช้กับผิวหน้าเนี่ย ทำไมนะ ขี้เกียจหยิบมาล้างจังเลย แบบนี้ไม่ดีต่อผิวเบยนะคะ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและอุดตันในผิวได้ง่ายขึ้นด้วย

นอกจาก tips เบื้องต้น ขอแนะนำเซตเคลียร์สิวที่ได้รับรางวัลสินค้าขายดีอันดับ1 ปี 2020  พร้อมพิสูจน์ผลลัพท์โดยผู้ใช้มากมายว่า ‘หน้าใส’ ‘หายสิว’ ‘สิวไม่กลับมา’

  • Skinsista Acne Clear Booster

วิตามินบูสเตอร์ลดสิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ใน 28 วัน ด้วยส่วนผลมของใบมินต์ป่าและวิตามินB3 พร้อมช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิวใหม่ และควบคุมความมันระหว่างวัน

  • Acne Clear Cleansing gel

เจลล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย คุมมันและลดสิวอุดตัน อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ก็ใช้ได้

สนใจซื้อได้ที่ Watsons, BigC หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่

https://s.lazada.co.th/s.cy9Fy

https://shopee.co.th/skinsista?smtt=0.0.9

รักษาสิวที่ต้นเหตุ-มาเช็คดู-สิวของเราเกิดจากอะไร

รักษาสิวที่ต้นเหตุ มาเช็คดู สิวของเราเกิดจากอะไร?

เคยสงสัยไหมคะ ทำไมเราจึงเป็นสิวไม่หายสักที สกินแคร์ที่ใครๆ ก็ว่าดี แต่เรายิ่งใช้ก็ยิ่งพัง?

จริงๆ ลักษณะผิวของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน และสาเหตุของการเกิดสิวก็แตกต่างกันไป วันนี้ Skinsista จึงอยากจะมาช่วยไขความกระจ่างให้สาวๆ ได้รู้ว่าต้นเหตุสิวของคุณนั้นมันเกิดจากอะไรกันแน่

 

ก่อนอื่นเมื่อเราเป็นสิวขึ้นมา ลองพิจารณาดูก่อนว่าสิวของเรามีลักษณะเป็นสิวปกติหรือสิวแบบผิดปกติ

 

คืออะไรน่ะหรอ?

 

สิวปกติ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันในรูขุมขน ส่วนสิวที่ไม่ปกติ คือ สิวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน เช่น สิวแพ้ยา ผดผื่นคล้ายสิว สิวสเตอรอยด์ เป็นต้น หากเกิดสิวที่ไม่ปกติขึ้น ให้คุณหยุดใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ทันที ในบางรายสิวอาจจะหายเมื่อหยุดใช้ แต่ในบางกรณีอาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษา เช่น สิวสเตอรอยด์

ส่วนสิวปกตินั้น โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

 

  1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) บางคนเรียก สิวอุดตัน สิวไม่มีหัว สิวคอมีโดน สิวผด สิวเสี้ยน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

 

  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นหากในครอบครัวมีคนเป็นสิวอุดตัน อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะเป็นเช่นกัน

 

  • เกิดจากผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวหนังไม่สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ ซึ่งเกิดจากการใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่า PH ที่ไม่เหมาะกับผิว, ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่เหมาะกับผิว, การนอนดึก, ดื่มน้ำน้อย, ดื่มแอลกอฮอล์, สูบบุหรี่, ไม่ทาครีมกันแดด ฯลฯ

วิธีแก้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่า PH 5.5 ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่มที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ปรับพฤติกรรม ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่มำให้ผิวขาวดน้ำ
  • ไม่จับหน้าบ่อย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสารอาหารที่มีซิงค์ (หอยนางรม, กุ้ง, ปู และเชลล์ฟิช, ชีส, ถั่วลันเตา, เมล็ดทานตะวัน, ฟักทอง, เต้าหู้, มิโสะ, เห็ด, ผักใบเขียวปรุงสุก และวิตามินซี

 

  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงวัยรุ่น เป็นต้น

วิธีแก้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และพยายามจัดการความเครียด

 

  • การล้างหน้าไม่สะอาด รู้ไหมคะว่าในทุกๆ วันแม้คุณจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ควรใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์เพื่อล้างคราบสิ่งสกปรกจากฝุ่นควันมลภาวะและเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าให้หมดจดก่อนเข้านอนค่ะ

 

  • ไม่ดูแลความสะอาดของข้าวของเครื่องใช้ เช่น ที่นอน, หมอน, โทรศัพท์มือถือ, จับหน้าบ่อย ฯลฯ

 

ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขสิวไม่อักเสบให้หาย ก็อาจพัฒนากลายไปเป็นสิวอักเสบได้ค่ะ

 

  1. สิวอักเสบ (inflammatory acne)  สิวประเภทนี้เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ มีการบวม แดง บางครั้งเห็นเป็นหนองบริเวณหัวสิว หรือที่เรียกว่า “สิวหนอง” หากสิวอักเสบมีการติดเชื้อและอักเสบมากทำให้มีขนาดใหญ่ก็จะเรียกว่า “สิวหัวช้าง”

 

เมื่อแบคทีเรียบนใบหน้าในกลุ่ม Propionibacteriu m acne (P.acne) ปล่อยเอมไซม์ออกมา ทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ ความรุนแรงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ เมื่อเป็นสิวอักเสบแล้วจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อลดการอักเสบลุกลาม และป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น

 

วิธีรักษาและป้องกันเหมือนกับการรักษาสิวไม่อักเสบที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ที่เพิ่มเติมเพื่อไม่ให้กลายเป็นสิวอักเสบเรื้อรังคือ “ต้องลด P.acne บนใบหน้า” ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ โดยการรักษาสมดุลแบคทีเรียตัวดีบนใบหน้าให้เพิ่มขึ้นด้วยการทานอาหารที่มี “โปรไบโอติค” หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากขึ้น เช่น กิมจิ ซุปมิโสะ คอมบุชาหรือชาหมัก แตงกวาดอง ในชีสบางชนิด อย่างเชดด้าชีส หรือมอสซาเรลลาชีส เป็นต้น

 

สิวที่เกิดขึ้นมานั้นอาจจะยากที่จะระบุเจาะจงว่าอันที่จริงแล้วมันเกิดมาจากสาเหตุใดกันแน่ แต่ถ้าสาวๆ อยากหายขาด ควรหมั่นสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิด บางคนอาจจะเกิดจากพฤติกรรมบางอย่าง หรือเกิดจากอาหารการกิน หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะการเลือกใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสาวๆ ที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่ายที่ Skinsista แนะนำให้เลือกใช้ เพราะมีผลลัพธ์พิสูจน์โดยผู้ใช้มากมายว่า ‘หน้าใส’ ‘หายสิว’ ‘สิวไม่กลับมา’ ได้แก่

 

  • Skinsista Acne Clear Booster

วิตามินบูสเตอร์ลดสิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ใน 28 วัน ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิวใหม่ และควบคุมความมันระหว่างวัน

 

  • Acne Clear Cleansing gel

เจลล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย คุมมันและลดสิวอุดตัน อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ก็ใช้ได้

 

สนใจซื้อได้ที่ Watsons, BigC หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่

Lazada https://s.lazada.co.th/s.cy9Fy

Shopee https://shopee.co.th/skinsista?smtt=0.0.9

 

Skinsista อยากให้สาวๆ กลับมามีผิวสุขภาพดี เรียกคืนความมั่นใจ และหน้าใส ไร้สิวกันทุกคนนะคะ

 

อ้างอิง

วิธีการ รักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ (https://bit.ly/3iwzMS6)

รู้ก่อน สวยก่อน!! ประเภทของ “สิว” พร้อมวิธีจัดการ (https://bit.ly/2HXl6yP)

สิว ประเภทของสิว (https://bit.ly/2HVEUTc)

แก้ปัญหาสิวอักเสบที่ต้นเหตุ (https://bit.ly/34mxQGJ)

หน้าฝนแล้วทำไม ผิวยังขาดน้ำ-min

หน้าฝนแล้วทำไมผิวยังขาดน้ำ ?

ก็ฝนออกจะตกชุ่มฉ่ำขนาดนี้ ความชื้นในอากาศก็มีอย่างเต็มเปี่ยมแต่ผิวก็ยังจะแห้งและขาดน้ำได้ ปัญหาผิวขาดน้ำจะบอกว่าแก้ง่ายก็ง่าย แต่ก็ยากสำหรับหลายๆคนที่แก้ปัญหาไม่ตกเสียที อย่ามัวโทษฟ้าฝนค่ะ อากาศเป็นเพียงปัจจัยภายนอกอีกปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้ผิวเปลี่ยนไป

ผิวขาดน้ำมีหลายแบบ ทั้งผิวแห้งและขาดน้ำ กับผิวมันที่ขาดน้ำแยกกันไม่ยากแต่ก็มีสาเหตุคล้ายกันคือมาจากอาการขาดน้ำของผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นน้อยก็จะแห้งเป็นธรรมดา แต่การตอบสนองของแต่ละคนจะต่างกันออกไป สำหรับคนที่มีผิวมันง่ายผิวจะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวเพิ่มมากกว่าปกติเป็นการปรับสมดุลผิวหน้า

อาการผิวขาดน้ำ

สังเกตได้ง่าย ว่าผิวจะมีความแห้ง ผิวตึงโดยเฉพาะหลังอาบน้ำหรือหลังออกแดด บางคนผิวเป็นขุย มีอาการผิวแห้ง-ผิวมันสลับกันได้อย่างรวดเร็ว ผิวหน้าดูอิดโรยไม่สดใส แต่งหน้าไม่ติด เครื่องสำอางหลุดง่าย สำหรับบางคนที่ผิวขาดน้ำมากๆ จะเกิดอาการแพ้ เป็นผื่นแดง ผิวอักเสบ เพราะโครงสร้างของผิวขาดความยืดหยุ่นลงไป

 

วิธีการแก้ปัญหาผิวขาดน้ำ

  1. การล้างหน้า ในฤดูฝนนี้ควรใส่ใจเป็นพิเศษเพราะฝุ่นละอองเกาะติดผิดได้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สะอาดหมดจดและไม่ทำให้ผิวแห้งหลังล้างหน้า
  1. ใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เติมน้ำให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ครีมบำรุงตามสภาพผิวแห้ง – ผิวมัน เพื่อควบคุมความมันของผิวหน้า หากผิวแห้งมากควรเพิ่มผลิตภัณฑ์ประเภท Hydration เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเพิ่มอีกอย่าง Pan Dermacare Hydrating gel เจลเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอย่างล้ำลึก ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย
  1. ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ ในฤดูฝนและฤดูหนาวคนมักจะละเลยการดื่มน้ำเพราะอากาศที่เย็น นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อผิวจะได้สวยอย่างที่ใจต้องการ
  1. ระวังความเปียกชื้น หากต้องตากฝนก็ควรทำความสะอาดร่างกายทันทีที่มีโอกาส ไม่ควรปล่อยให้เส้นผม หมวก หรือเสื้อผ้าที่อับชื้นอยู่บนผิวและใบหน้าเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแพ้ และโรคที่เกิดจากความอับชื้นได้ง่าย

 

เรื่องอาการผิวขาดน้ำเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าแก้ไขได้จะมีความสุขกับผิวที่อิ่มเอิบอย่างแน่นอนค่ะซิส

Credit : https://www.pandermacare.com/skin-advisor/1011-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3

ซิสขอแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า จาก Skinsista  สูตรอ่อนโยน ที่ช่วย ชำระล้างสิ่งสกปรกบนผิวหน้าเพื่อแก้ปัญหารูขุมขนอุดตันในช่วงหน้าฝน แก้ปัญหาเรื่องผิวขาดน้ำ ด้วย HYA  ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ผิวไม่แห้งกร้านด้วยจ้า

10 พฤติกรรมทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย และวิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย-min

10 พฤติกรรมทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย และวิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย

เคยทราบหรือไม่คะว่าพฤติกรรมบางอย่างที่เราเคยทำอยู่เป็นประจำเนี่ย สามารถส่งผลเสียต่อผิวพรรณ และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าก่อนวัยได้อย่างที่เราคาดไม่ถึงเชียวค่ะ เราจะมาดูกันว่า พฤติกรรมแบบไหนบ้างนะ ที่ทำให้หน้าเราเหี่ยวทั้งๆ ที่อายุยังไม่มากเท่าไหร่ เพื่อหาวิธีลดริ้วรอยด้วยการหลีกเลี่ยงและแก้ไขค่ะ

  1. การนอนตะแคงหรือคว่ำหน้านานๆ

การนอนคว่ำหน้าหรือตะแคงหน้าในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งคืนนั้น จะเป็นการย้ำรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากธรรมชาติของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวหนังเรานั้นทำงานผิดปกติและผิดรูปผิดร่างไปด้วย ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วหน้าเราจะมีริ้วบางๆ เป็นเส้นยาวๆ ขึ้นมา หรืออาจจะทำให้หน้าย่นไปเลยก็ได้นะคะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย เพียงคุณลองปรับพฤติกรรมการนอนของตัวเองดูค่ะ หากใครชอบการนอนตะแคง ก็ลองเปลี่ยนข้างดูบ้างหรือทางที่ดีคือ นอนหงายเลยค่ะ นอกจากจะไม่ส่งผลให้หน้าเหี่ยว และช่วยลดริ้วรอยแล้ว ยังเป็นท่าที่หายใจสะดวกที่สุดด้วยนะคะ

  1. หน้าเหี่ยวเพราะความเครียด

สาเหตุที่ความเครียดทั้งหลาย มันมีผลกับหน้าตาของเราก็เพราะสมองเนี่ยหล่ะค่ะ ที่เป็นตัวสั่งการให้เราแสดงออกทางหน้าตา ทุกครั้งที่เราเครียด วิตกกังวล หรือไม่สบายใจหน้าเราจะบูดบึ้งจนคิ้วขมวดเข้าหากัน คือสาเหตุของการเหี่ยวย่นและริ้วรอยบนใบหน้าค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ปัญหาความเครียดเกิดมาจากความคิดของเราค่ะ เพราะฉะนั้น เรื่องบางหากสามารถปล่อยวางได้ก็ต้องปล่อยวาง เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้ อยากให้ทุกคนมองโลกไปในทางที่ดีมากกว่าร้าย เพียงแค่คิดบวกก็สามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้แล้วค่ะ

  1. ตากแดดมากเกินไป

แสงแดดถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่เป็นตัวการของการเกิดริ้วรอย และจุดด่างดำบนใบหน้าค่ะ เนื่องจาก 70% ของการเกิดความชราของผิวหนังขึ้นอยู่กับแสงแดดที่ผิวได้รับในตลอดช่วงอายุของเรา อีกทั้งยังทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลงและนำไปสู่ผิวหย่อนคล้อย ซึ่งรังสีต่างๆ ในแสงแดดจะไปเร่งให้คอลลาเจนและอิลาสตินภายใต้ผิวหนังซึ่งล้วนแต่เป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและเรียบเนียนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น  ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยและแห้งกร้าน

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย คือ การทาครีมกันแดดค่ะ ไม่ว่ากิจกรรมประจำวันของคุณต้องออกไปเผชิญแสงแดดหรืออยู่ในที่ร่มก็ไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และหากต้องออกแดดเป็นเวลานานก็ควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงค่ะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยได้ค่ะ

  1. แต่งหน้าแล้วขี้เกียจล้างออก

สาวๆ ทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันบางทีก็ขี้เกียจอาบน้ำ แถมลืมล้างหน้าเช็ดเครื่องสำอางออกด้วย ตื่นมาก็อย่าตกใจนะคะเมื่อส่องกระจกแล้วแทบช็อคที่เห็นหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นสุดเหี่ยว เพราะเครื่องสำอาง และฝุ่นต่างๆ จะเข้าไปอยู่ในรูขุมขนของเราตอนนอน แถมทำลายคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวหน้าอีกด้วย นอกจากมีโอกาสเกิดสิวแล้ว การไม่ล้างเครื่องสำอางจะยิ่งไปกระตุ้นให้ผิวดูเหี่ยว ทิ้งริ้วรอยไว้ให้ดูต่างหาก

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย เอาเป็นว่า ไม่ว่าคุณจะขี้เกียจอาบน้ำแค่ไหนไม่ว่ากันค่ะ แต่ได้โปรดอย่าลืมล้างเครื่องสำอาง และล้างหน้าให้สะอาด เพื่อช่วยป้องกันและลดริ้วรอยนะคะ

  1. ผิวหนังเหี่ยวเพราะพฤติกรรม Yo-Yo

พฤติกรรม Yo-Yo ก็คือการ ขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำหนักตัวเรานั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาหลักๆ ของเพศหญิงซะด้วย เพราะการ Yo-Yo นั้นทำให้ผิวหนังเรายืดๆ หดๆ ไปมาอย่างต่อเนื่อง และมันจะส่งผลกระทบต่ออัตราความยืดหยุ่นของผิวหนังเรานั่นเอง พูดง่ายๆ  คือ “ยืดแล้วไม่ค่อยจะอยากหด” แล้วผิวของเราจะเหี่ยว ย้อย และบางรายอาจทำให้เกิดรอยแตกลายของผิวหนังได้ค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ต้องพยายามรักษาเสถียรภาพของน้ำหนักตัวเองค่ะ เมื่อลดน้ำหนักแล้วก็รักษาไว้ให้คงที่ หรือถ้าจะปล่อยให้รูปร่างอวบอัด ก็อย่าปล่อยจากอวบกลายเป็นอ้วนนะคะเพราะเมื่อเวลาผอมแล้วมันจะเหี่ยวจนเห็นริ้วรอยชัดเจน หากเกิดขึ้นแล้วยากต่อการลดริ้วรอยค่ะ

 

  1. สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยบริเวณที่ผิวหนังบอบบางกว่าบริเวณอื่น เช่น หางตา เหนือริมฝีปากบน เป็นต้น ซึ่งริ้วรอยดังกล่าวจะเกิดเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-15 ปี แถมยังทำให้หน้าแห้งได้ง่าย เนื่องมาจากเมื่อคุณสูบบุหรี่จะทำให้วิตามินซีในเลือดลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ส่งผลให้คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง เพราะว่า วิตามินซีถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตโปรตีนดังกล่าว

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลโดยตรงต่อวิตามิน A ที่ช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ และคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เป็นวิตามินสำคัญในการสร้างเซลล์ให้ร่างกาย หากร่างกายมีปริมาณคอลลาเจนที่น้อยลง ผิวก็จะขาดความชุ่มชื้น ความอ่อนเยาว์ และความยืดหยุ่นไปในตัวค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย สำหรับบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นถ้าลดได้ก็ลดนะคะ เลิกได้ก็เลิก มันไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายเท่าผลเสียของมันหรอกค่ะ นอกจากนั้นควรดื่มน้ำตามไปเยอะๆ เลย เพราะว่ามันจะทำให้ผิวเราที่แห้งและขาดน้ำกลับมาชุ่มฉ่ำเหมือนเดิม ดังนั้น หากยากป้องกันและลดริ้วรอยก็พยายามเลิกให้ได้ค่ะ

  1. เคี้ยวหมากฝรั่ง

สาวๆ คนไหนที่เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยจะสังเกตได้ง่ายมากค่ะ เพราะจะมีริ้วรอยบริเวณรอบปากอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ดูมีอายุเพราะว่ามีรอยย่อนโดยเฉพาะบริเวณปากล่างแถมเคี้ยวมากๆ อาจส่งผลต่อโครงสร้างภายในของปากอีกต่างหาก

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย แนะนำให้ลดการทานหมากฝรั่งลง เพื่ิอลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นนะคะ หรือถ้ากลัวปากเหม็นอาจจะเปลี่ยนเป็นการอมลูกอม หรือหมั่นแปรงฟันบ่อยๆ จะดีกว่าค่ะ

  1. โดยสารทางเครื่องบินบ่อยๆ

บางคนออกอาการงงเลยค่ะ ว่าอยู่ในเครื่องบินผิวจะเหี่ยวได้ยังไง เอาเป็นว่าลองนึกดูนะคะ ยิ่งเราในที่สูงแสงแดดยิ่งแรงเพราะไม่ได้ผ่านตัวกรอง และยิ่งเราอยู่บนเครื่องบินแล้วล่ะก็เราจะพบกับแสง UV จากดวงอาทิตย์แบบเต็มๆ ชนิดที่ว่าไม่กรองกันให้เลย ซึ่งเจ้า UV เนี่ยคือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผิวหนังเราหม่นหมองและเสื่อมสภาพ และมากไปกว่านั้นผิวเราจะแห้งมากกว่าอยู่บนพื้นดินถึง 2 เท่า เพราะอากาศข้างบนนั้นเย็นกว่าข้างล่างมากผิวเราเลยแห้ง การที่ผิวแห้งจะทำให้ผิวของเราขาดความยืดหยุ่น และอาจจะทำให้แตกและเป็นขุยได้ค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ควรพก Moisturizer ที่มี SPF เป็นส่วนผสมขึ้นเครื่องบินไปด้วย หรือไม่ก็ทาก่อนขึ้นเลยก็ได้ค่ะ เพื่อให้ความชุ่มชื่นลดริ้วรอย (ถ้าใครจะพกก็อย่าให้เกิน 100 มิลลิลิตรนะคะ) และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อาหารเค็ม และดื่มน้ำเยอะๆ ระหว่างอยู่บนบิน ส่วนใครที่นั่งริมหน้าต่างแนะนำให้เลื่อนที่บังแดดลงมาด้วยค่ะ

  1. ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

ยาบางชนิดมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เช่น ยาแก้หอบหืด ยาแก้โรคไขข้อกระดูก ยาทารอยแผลเป็น รวมไปถึงยาเพิ่มความขาวทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งผลเสียของสเตียรอยด์นั้นจะส่งผลต่อปริมาณคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง และทำให้ผิวหนังบางลง ไม่ทนต่อแดดได้เท่าที่ควร และเมื่อผิวหนังเราไม่มีคอลลาเจนและอิลาสติน แถมยังเจอศัตรูร้ายอย่างแสงอาทิตย์ผิวเราก็มีแต่พังอย่างเดียวค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย สำหรับคนที่ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อยู่โดยไม่มีความจำเป็นนั้น แนะนำให้เลิกใช้เถอะค่ะ ซิสขอแนะนำ ไฮยา เอสเซนส์เนื้อโลชั่น  ที่มีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมผิวที่เสีย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยเพิ่มความเต่งตึงให้ผิวแลดูกระจ่างใส ผิวฟู ดูอิ่มเอิบภายใน 15 นาที เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ 130% ภายใน 7 ชั่วโมง

  1. การกินแป้งและน้ำตาลเยอะ

อาหารแปรรูปบางประเภทที่มีแป้งเยอะๆ หรือมีน้ำตาลเยอะๆ นั้น สามารถทำให้เราหน้าเหี่ยวได้ค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำตาลในเลือดเราสูงขึ้น ทำให้ชั้นเซลล์ผิวของเราเกิดการอักเสบขึ้นมา แต่การอักเสบนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการเจ็บปวดแต่ประการใดนะคะ แต่ผลจากอาการอักเสบจะส่งผลต่อคอลลาเจนและอิลาสตินที่ทนการอักเสบไม่ไหวจนเสื่อมไปตามสภาพค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย พยายามลดทานอาหารที่มีปริมาณของแป้งหรือน้ำตาลเยอะเกินไป แล้วให้เลือกทานผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ เช่น สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยว ฯลฯ เพื่อลดริ้วรอย แถมพ่วงด้วยสุขภาพที่ดีด้วยค่ะ

3 วิธีลดปัญหาผิวหน้าแห้ง-min

3 วิธีลดปัญหาผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้ง ยอดปัญหาผิวหน้าที่ทำให้แก่ก่อนวัย ผิวแห้งมักเกิดริ้วรอยได้ง่าย วิธีการดูแลผิวหน้าที่แห้งหยาบกร้านมีหลายอย่าง แต่วันนี้ซิสเอาวิธีธรรมชาติมาให้เหล่าซิส ได้ลองนำไปใช้กันด้วยนะคะ

  1. ผิวแห้ง คือผิวที่ขาดน้ำ นอกจากการดื่มน้ำเยอะๆ แล้ว เราต้องทดแทนความชุ่มชื้นและน้ำมันที่สูญเสียไป โดยการใช้น้ำมันธรรมชาติชนิดต่างๆในการบำรุงผิวพรรณ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันอาร์แกน น้ำมันงา เบบี้ออย
  2. เลือกใช้สบู่ที่มีค่าพีเอช 7 หรือน้อยกว่า (มีความเป็นกรด) เพราะจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีกว่าสบู่ที่เป็นด่าง หรือจะใช้เป็นโฟมล้างหน้าสำหรับผิวหน้าแห้งโดยเฉพาะ เพื่อลดการเกิดริ้วรอย
  3. การบำรุงผิวหน้า ด้วยวิธีธรรมชาติ การพอกบำรุงหน้า

3.1 ไข่ไก่ นำมาพอกหน้า ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นทำได้ทุกวันก่อนนอน เพราะไข่ขาวจะช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างบนผิวหน้าได้ดี

3.2 น้ำผึ้ง มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวหน้าและผิวกาย ทำผิวนุ่มชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ในน้ำผึ้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง สามารถทำได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ

3.3 แตงกวา เป็นพืชที่มีน้ำเยอะ จึงมีคุณสมบัติในการช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวหน้าสดชื่น ดูอิ่มน้ำ ช่วยลดสิว จุดด่างดำ ช่วยบำรุงให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ ผิวหน้าดูขาวใส สามารถนำแตงกวาหั่นเป็นชิ้นบางๆ มาวางไว้บนใบหน้า เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า

3.4 โยเกิร์ต มีคุณสมบัติช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตรงรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวแห้งหยาบกร้าน กลับมานุ่มเนียนชุ่มชื่นสดใส รับประทานก็มีประโยชน์มาก หากนำมาพอกหน้า ควรเลือกแบบธรรมชาติ

3.5 มะเขือ ช่วยกระชับรูขุมขน รักษาสิว ทำให้ใบหน้าดูขาวเปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยลดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ดีอีกด้วย คั้นเอาแต่น้ำแล้วใช้สำลีมาชุบทาที่ใบหน้า ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

3.6 มะละกอ ช่วยให้ผิวของเราแข็งแรง ซ่อมแซมบำรุงรักษาผิว ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร และทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส นำมะละกอมาบดให้ละเอียด แล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้าง จะทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้น

3.7 ว่านหางจระเข้ สุดยอดตัวช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น มีกรดอ่อนๆ ทำให้ช่วยลดริ้วรอย รอยดำรอยแดงได้ใช้เนื้อวุ้นที่ล้างสะอาดทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง แค่นี้ก็จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น

ส่วนใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบต่างๆละก็ซิสมีของดีมานำเสนอ นวัตกรรมล่าสุดของสกินซิสต้า นั่นก็คือ HYA Intensive ที่อัดแน่นไปด้วยความชุ่มชื้น ผิวใส เด้ง อิ่มน้ำ ใน 15 นาที ช่วยเสริมโครงสร้าง ceramide บนชั้นผิว สร้างความแข็งแรงพร้อมปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัย ให้ผิวหน้ากระชับเข้ารูป นุ่มฟู เนียนเรียบ  ตัวเดียวเอาอยู่เลยค่ะซิส

สิวอุดตัน ปัญหาผิวเรื้อรัง แก้ได้ด้วยความอ่อนโยน-min

สิวอุดตัน ปัญหาผิวเรื้อรัง แก้ได้ด้วยความอ่อนโยน

สิวอุดตันเป็นปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มวัยรุ่น ถึงจะมองเห็นไม่ชัดแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามเป็นสิวอักเสบได้ หากไม่ดูแลให้ดี และยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ ถ้าไม่ดูแลให้ดี วันนี้ซิสขอนำเสนอวิธีการปราบสิวอุดตันให้ลึกถึงต้นตอและไม่ก่อให้เกิดปัญหาเดิมๆอีกต่อไป

สาเหตุของสิวอุดตัน

เหมือนการเกิดสิวทั่วไป คือการสร้างไขมันมากเกินไปของต่อไขมันบนใบหน้า ลำคอ หลัง และลำตัว ซึ่งมีสาเหตุจากการล้างหน้าบ่อยเกินไป, ความเครียด หรือฮอร์โมน และอีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยมากๆ คืออาการแพ้ และเกิดจากการสะสมของเครื่องสำอางตกค้างและทำความสะอาดไม่หมดจด

การดูแลรักษา

ล้างหน้าอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้งก็พอ ในระหว่างวันใช้วิธีซับหน้าเบาๆ หากเกิดความสกปรกบนใบหน้า เช็ดเครื่องสำอางให้หมดก่อนล้างหน้าเสมอ และเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย เหมาะสำหรับสภาพผิวและรักษาผิวหน้าไม่ให้แห้งเกินไป

– เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติแก้ปัญหาสิวโดยตรง ควบคุมความมันบนใบหน้า และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว หากได้ผลิตภัณฑ์ที่ลดการเกิดสิวตั้งแต่ระยะแรก หรือ คอมิโดนได้ จะได้แก้ต้นเหตุของสิวได้อย่างยั่งยืน เช่น Acne Clear Booster ช่วยให้สิวยุบเร็ว ใช้หลังจากล้างหน้าแล้ว วันละ 2 ครั้งเช้าและก่อนนอน

** (คอมีโดน เกิดจากสิ่งสกปรก เซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมัน และแบคทีเรียในผิวหนัง ไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นสิวระยะที่ 2 ที่อักเสบหรือกลายเป็นสิวอุดตันต่อไปได้)

– สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอยู่เยอะ เพิ่ม Acne Clear Facial Cream เพื่อลดการเกิดคอมิโดนที่ฝังลึกใต้ผิวหนัง ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างดี จึงนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ใช้ทาหลังจากทาเซรั่มแล้ว มีคุณสมบัติพิเศษ ให้ผิวชุ่มชื่นและแข็งแรงอิ่มน้ำ ลดรอยแดงจากสิว แต่ไม่ทำร้ายผิวหน้า เพราะมีคุณสมบัติ อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว เพราะสกัดจากธรรมชาติ แก้ปัญหาได้ลึกตรงจุด

– คุณสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ควรทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้รังสี UV ทำร้ายผิวหน้า

– ควรใช้เครื่องสำอางที่ช่วยขจัดและป้องกันความมันบนใบหน้า ใช้ไพร์เมอร์ หรือครีมช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าเสมอ เพราะผิวที่มัน ทำให้ดูดฝุ่นละอองมาเกาะติดหน้าได้ง่ายขึ้น

สิวอุดตัน ไม่ควรถูกแกะ เกา หรือแตะต้อง เพราะสิ่งสกปรกจากมือของเรา จะนำพาแบคทีเรียตัวร้ายมาทำให้กลายเป็นสิวอักเสบได้ และอีกอย่างเมื่อเราแกะสิวอุดตัน จะกลายเป็นรอยดำจากสิว ที่แก้ยากกว่าเดิมเยอะ