skinsista 01 [Recovered]-01-min

7 ความพลาดที่ทำให้…ไม่หายสิว!

สาวๆ เช็คด่วน อยากหายสิวต้องเลิกทำพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะนี่คือ 7 ความพลาดที่ทำให้ไม่หายสิว!!!

มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง…

#SkinsistaBeautyTips #SkinsistaBeautySecret #Skinsista #อยากหายสิว #เบื่อสิว #เกลียดสิว

  1. ไม่สนใจเรื่องอาหารการกิน

สิวที่ไม่หายคงไม่เกี่ยวกับอาหารการกินหรอก เพราะฉันก็กินแบบนี้มาตั้งนานแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลย!

ใครยังมีความคิดแบบนี้อยู่ต้องคิดใหม่เลยนะคะ แม้ว่าในอดีตคุณจะไม่เคยเป็นสิว แต่การสะสมพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีมาเรื่อยๆ ก็ทำให้ผิวและร่างกายอ่อนแอลงได้

ทางที่ดีควรลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดของมันของทอด ลดอาหารสำเร็จรูป ที่สำคัญรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นพร้อมทั้งดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

2. นอนทั้งที่ไม่ล้างเมคอัพ

ข้อนี้คือผิดอย่างรุนแรง เพราะการไม่ล้างหน้าให้สะอาดก่อนเข้านอน ทำให้เครื่องสำอางต่างๆยิ่งอุดตันในรูขุมขน นอกจากเครื่องสำอางแล้วยังมีของแถมที่เป็นฝุ่นควันมลภาวะซึ่งก็ติดมากับหน้าเราในทุกๆ วันที่ออกไปทำงาน

สำหรับสาวๆ ที่ขี้เกียจ จะไม่อาบน้ำก็ได้นะคะแต่ห้ามไม่ล้างเครื่องสำอางเด็ดขาด

3. รบกวนผิวมากเกินไป

การดูแลผิวบางประเภทก็ไม่ควรทำมากเกินไปเพราะแทนที่จะดีขึ้นกลับแย่ลง ได้แก่

‘การล้างหน้าหลายครั้ง’ แทนที่จะสะอาดกลับยิ่งทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้น และนั่นยิ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว

‘สครับหน้าบ่อยเกินไป’ การสครับหน้าทำได้มากที่สุดคืออาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เป็นการช่วยขจัดผิวหนังที่ไม่ได้ผลัดและน้ำมันส่วนเกิน ที่สำคัญควรเลือกสครับที่มีเม็ดบีทที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยนะ

4. เผลอทีไรต้องจับหน้า

วงการจับหน้าเข้าแล้วออกยากนะคะ แต่ถ้าเลิกได้สิวดีขึ้นแน่นอน มือคืออวัยวะที่ไปสัมผัสสิ่งอื่นอยู่ตลอดเวลาและสะสมเชื้อโรคเยอะมาก ยิ่งเอามือมาจับหน้ามากเท่าไหร่ ก็เหมือนยิ่งเอาเชื้อโรคเข้ามาใส่ผิวมากขึ้น แล้วแบบนี้สิวจะหายได้ไง ฮึบๆ ต่อไปอย่าเผลอจับหน้าอีกนะ

5. ไม่เคยคลีนโทรศัพท์มือถือ

หลายๆ คนอาจจะมองข้ามนะคะ แต่โทรศัพท์มือถือนี่แหละแหล่งรวมเชื้อโรคชั้นดี แถมยังเป็นไอเทมที่เราเอาขึ้นมาแนบหน้าได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนที่ทำงานแบบที่ต้องคุยโทรศัพท์อยู่เสมอ ทางที่ดีคือควรทำความสะอาดหน้าจอมือถือหรือใช้หูฟังแทนก็ได้

6. ไม่ทาครีมกันแดด

พลาดอย่างแรงถ้าคุณอยากหายสิวแต่ไม่ทาครีมกันแดด เพราะรังสี UV คือมลภาวะที่มีดาเมจรุนแรงต่อผิวมากๆ แม้จะบำรุงแค่ไหนแต่ถ้าไม่ทาครีมกันแดดยังไงผิวหน้าเราก็ไม่มีทางดีขึ้น เพราะทำให้โครงสร้างผิวเราพังและสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวได้อย่างมหาศาล

7. ไม่เคยล้างแปรงแต่งหน้า

บางทีก็สงสัยบำรุงผิวก็ดีแต่ผิวไม่ดีขึ้นเลย งั้นลองมาล้างแปรงแต่งหน้าบ่อยๆ กันเถอะค่ะ ขนาดเสื้อผ้าเราก็ยังซัก จานชามแล้วก็ยังล้างทุกวัน แปรงแต่งหน้าที่เอามาใช้กับผิวหน้าเนี่ย ทำไมนะ ขี้เกียจหยิบมาล้างจังเลย แบบนี้ไม่ดีต่อผิวเบยนะคะ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและอุดตันในผิวได้ง่ายขึ้นด้วย

นอกจาก tips เบื้องต้น ขอแนะนำเซตเคลียร์สิวที่ได้รับรางวัลสินค้าขายดีอันดับ1 ปี 2020  พร้อมพิสูจน์ผลลัพท์โดยผู้ใช้มากมายว่า ‘หน้าใส’ ‘หายสิว’ ‘สิวไม่กลับมา’

  • Skinsista Acne Clear Booster

วิตามินบูสเตอร์ลดสิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ใน 28 วัน ด้วยส่วนผลมของใบมินต์ป่าและวิตามินB3 พร้อมช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิวใหม่ และควบคุมความมันระหว่างวัน

  • Acne Clear Cleansing gel

เจลล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย คุมมันและลดสิวอุดตัน อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ก็ใช้ได้

สนใจซื้อได้ที่ Watsons, BigC หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่

https://s.lazada.co.th/s.cy9Fy

https://shopee.co.th/skinsista?smtt=0.0.9

สิว skinsista-05-min

รักษาสิวที่ต้นเหตุ มาเช็คดู สิวของเราเกิดจากอะไร?

เคยสงสัยไหมคะ ทำไมเราจึงเป็นสิวไม่หายสักที สกินแคร์ที่ใครๆ ก็ว่าดี แต่เรายิ่งใช้ก็ยิ่งพัง?

จริงๆ ลักษณะผิวของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน และสาเหตุของการเกิดสิวก็แตกต่างกันไป วันนี้ Skinsista จึงอยากจะมาช่วยไขความกระจ่างให้สาวๆ ได้รู้ว่าต้นเหตุสิวของคุณนั้นมันเกิดจากอะไรกันแน่

 

ก่อนอื่นเมื่อเราเป็นสิวขึ้นมา ลองพิจารณาดูก่อนว่าสิวของเรามีลักษณะเป็นสิวปกติหรือสิวแบบผิดปกติ

 

คืออะไรน่ะหรอ?

 

สิวปกติ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันในรูขุมขน ส่วนสิวที่ไม่ปกติ คือ สิวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน เช่น สิวแพ้ยา ผดผื่นคล้ายสิว สิวสเตอรอยด์ เป็นต้น หากเกิดสิวที่ไม่ปกติขึ้น ให้คุณหยุดใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ทันที ในบางรายสิวอาจจะหายเมื่อหยุดใช้ แต่ในบางกรณีอาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษา เช่น สิวสเตอรอยด์

ส่วนสิวปกตินั้น โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

 

  1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) บางคนเรียก สิวอุดตัน สิวไม่มีหัว สิวคอมีโดน สิวผด สิวเสี้ยน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

 

  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ดังนั้นหากในครอบครัวมีคนเป็นสิวอุดตัน อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะเป็นเช่นกัน

 

  • เกิดจากผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวหนังไม่สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ ซึ่งเกิดจากการใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่า PH ที่ไม่เหมาะกับผิว, ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่เหมาะกับผิว, การนอนดึก, ดื่มน้ำน้อย, ดื่มแอลกอฮอล์, สูบบุหรี่, ไม่ทาครีมกันแดด ฯลฯ

วิธีแก้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่า PH 5.5 ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หรือเซรั่มที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ปรับพฤติกรรม ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่มำให้ผิวขาวดน้ำ
  • ไม่จับหน้าบ่อย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสารอาหารที่มีซิงค์ (หอยนางรม, กุ้ง, ปู และเชลล์ฟิช, ชีส, ถั่วลันเตา, เมล็ดทานตะวัน, ฟักทอง, เต้าหู้, มิโสะ, เห็ด, ผักใบเขียวปรุงสุก และวิตามินซี

 

  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ในช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงวัยรุ่น เป็นต้น

วิธีแก้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และพยายามจัดการความเครียด

 

  • การล้างหน้าไม่สะอาด รู้ไหมคะว่าในทุกๆ วันแม้คุณจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ควรใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์เพื่อล้างคราบสิ่งสกปรกจากฝุ่นควันมลภาวะและเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าให้หมดจดก่อนเข้านอนค่ะ

 

  • ไม่ดูแลความสะอาดของข้าวของเครื่องใช้ เช่น ที่นอน, หมอน, โทรศัพท์มือถือ, จับหน้าบ่อย ฯลฯ

 

ซึ่งหากไม่รีบแก้ไขสิวไม่อักเสบให้หาย ก็อาจพัฒนากลายไปเป็นสิวอักเสบได้ค่ะ

 

  1. สิวอักเสบ (inflammatory acne)  สิวประเภทนี้เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ มีการบวม แดง บางครั้งเห็นเป็นหนองบริเวณหัวสิว หรือที่เรียกว่า “สิวหนอง” หากสิวอักเสบมีการติดเชื้อและอักเสบมากทำให้มีขนาดใหญ่ก็จะเรียกว่า “สิวหัวช้าง”

 

เมื่อแบคทีเรียบนใบหน้าในกลุ่ม Propionibacteriu m acne (P.acne) ปล่อยเอมไซม์ออกมา ทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ ความรุนแรงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ เมื่อเป็นสิวอักเสบแล้วจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อลดการอักเสบลุกลาม และป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น

 

วิธีรักษาและป้องกันเหมือนกับการรักษาสิวไม่อักเสบที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ที่เพิ่มเติมเพื่อไม่ให้กลายเป็นสิวอักเสบเรื้อรังคือ “ต้องลด P.acne บนใบหน้า” ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ โดยการรักษาสมดุลแบคทีเรียตัวดีบนใบหน้าให้เพิ่มขึ้นด้วยการทานอาหารที่มี “โปรไบโอติค” หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากขึ้น เช่น กิมจิ ซุปมิโสะ คอมบุชาหรือชาหมัก แตงกวาดอง ในชีสบางชนิด อย่างเชดด้าชีส หรือมอสซาเรลลาชีส เป็นต้น

 

สิวที่เกิดขึ้นมานั้นอาจจะยากที่จะระบุเจาะจงว่าอันที่จริงแล้วมันเกิดมาจากสาเหตุใดกันแน่ แต่ถ้าสาวๆ อยากหายขาด ควรหมั่นสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิด บางคนอาจจะเกิดจากพฤติกรรมบางอย่าง หรือเกิดจากอาหารการกิน หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะการเลือกใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสาวๆ ที่เป็นสิวและผิวแพ้ง่ายที่ Skinsista แนะนำให้เลือกใช้ เพราะมีผลลัพธ์พิสูจน์โดยผู้ใช้มากมายว่า ‘หน้าใส’ ‘หายสิว’ ‘สิวไม่กลับมา’ ได้แก่

 

  • Skinsista Acne Clear Booster

วิตามินบูสเตอร์ลดสิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ใน 28 วัน ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิวใหม่ และควบคุมความมันระหว่างวัน

 

  • Acne Clear Cleansing gel

เจลล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย คุมมันและลดสิวอุดตัน อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ก็ใช้ได้

 

สนใจซื้อได้ที่ Watsons, BigC หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่

Lazada https://s.lazada.co.th/s.cy9Fy

Shopee https://shopee.co.th/skinsista?smtt=0.0.9

 

Skinsista อยากให้สาวๆ กลับมามีผิวสุขภาพดี เรียกคืนความมั่นใจ และหน้าใส ไร้สิวกันทุกคนนะคะ

 

อ้างอิง

วิธีการ รักษาสิวให้หายเร็วและด้วยวิธีธรรมชาติ (https://bit.ly/3iwzMS6)

รู้ก่อน สวยก่อน!! ประเภทของ “สิว” พร้อมวิธีจัดการ (https://bit.ly/2HXl6yP)

สิว ประเภทของสิว (https://bit.ly/2HVEUTc)

แก้ปัญหาสิวอักเสบที่ต้นเหตุ (https://bit.ly/34mxQGJ)

หน้าฝนแล้วทำไม ผิวยังขาดน้ำ-min

หน้าฝนแล้วทำไมผิวยังขาดน้ำ ?

ก็ฝนออกจะตกชุ่มฉ่ำขนาดนี้ ความชื้นในอากาศก็มีอย่างเต็มเปี่ยมแต่ผิวก็ยังจะแห้งและขาดน้ำได้ ปัญหาผิวขาดน้ำจะบอกว่าแก้ง่ายก็ง่าย แต่ก็ยากสำหรับหลายๆคนที่แก้ปัญหาไม่ตกเสียที อย่ามัวโทษฟ้าฝนค่ะ อากาศเป็นเพียงปัจจัยภายนอกอีกปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้ผิวเปลี่ยนไป

ผิวขาดน้ำมีหลายแบบ ทั้งผิวแห้งและขาดน้ำ กับผิวมันที่ขาดน้ำแยกกันไม่ยากแต่ก็มีสาเหตุคล้ายกันคือมาจากอาการขาดน้ำของผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นน้อยก็จะแห้งเป็นธรรมดา แต่การตอบสนองของแต่ละคนจะต่างกันออกไป สำหรับคนที่มีผิวมันง่ายผิวจะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวเพิ่มมากกว่าปกติเป็นการปรับสมดุลผิวหน้า

อาการผิวขาดน้ำ

สังเกตได้ง่าย ว่าผิวจะมีความแห้ง ผิวตึงโดยเฉพาะหลังอาบน้ำหรือหลังออกแดด บางคนผิวเป็นขุย มีอาการผิวแห้ง-ผิวมันสลับกันได้อย่างรวดเร็ว ผิวหน้าดูอิดโรยไม่สดใส แต่งหน้าไม่ติด เครื่องสำอางหลุดง่าย สำหรับบางคนที่ผิวขาดน้ำมากๆ จะเกิดอาการแพ้ เป็นผื่นแดง ผิวอักเสบ เพราะโครงสร้างของผิวขาดความยืดหยุ่นลงไป

 

วิธีการแก้ปัญหาผิวขาดน้ำ

  1. การล้างหน้า ในฤดูฝนนี้ควรใส่ใจเป็นพิเศษเพราะฝุ่นละอองเกาะติดผิดได้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สะอาดหมดจดและไม่ทำให้ผิวแห้งหลังล้างหน้า
  1. ใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เติมน้ำให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ครีมบำรุงตามสภาพผิวแห้ง – ผิวมัน เพื่อควบคุมความมันของผิวหน้า หากผิวแห้งมากควรเพิ่มผลิตภัณฑ์ประเภท Hydration เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเพิ่มอีกอย่าง Pan Dermacare Hydrating gel เจลเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอย่างล้ำลึก ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย
  1. ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ ในฤดูฝนและฤดูหนาวคนมักจะละเลยการดื่มน้ำเพราะอากาศที่เย็น นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งกร้านได้ อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อผิวจะได้สวยอย่างที่ใจต้องการ
  1. ระวังความเปียกชื้น หากต้องตากฝนก็ควรทำความสะอาดร่างกายทันทีที่มีโอกาส ไม่ควรปล่อยให้เส้นผม หมวก หรือเสื้อผ้าที่อับชื้นอยู่บนผิวและใบหน้าเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแพ้ และโรคที่เกิดจากความอับชื้นได้ง่าย

 

เรื่องอาการผิวขาดน้ำเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าแก้ไขได้จะมีความสุขกับผิวที่อิ่มเอิบอย่างแน่นอนค่ะซิส

Credit : https://www.pandermacare.com/skin-advisor/1011-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3

ซิสขอแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า จาก Skinsista  สูตรอ่อนโยน ที่ช่วย ชำระล้างสิ่งสกปรกบนผิวหน้าเพื่อแก้ปัญหารูขุมขนอุดตันในช่วงหน้าฝน แก้ปัญหาเรื่องผิวขาดน้ำ ด้วย HYA  ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ผิวไม่แห้งกร้านด้วยจ้า

10 พฤติกรรมทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย และวิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย-min

10 พฤติกรรมทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย และวิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย

เคยทราบหรือไม่คะว่าพฤติกรรมบางอย่างที่เราเคยทำอยู่เป็นประจำเนี่ย สามารถส่งผลเสียต่อผิวพรรณ และทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าก่อนวัยได้อย่างที่เราคาดไม่ถึงเชียวค่ะ เราจะมาดูกันว่า พฤติกรรมแบบไหนบ้างนะ ที่ทำให้หน้าเราเหี่ยวทั้งๆ ที่อายุยังไม่มากเท่าไหร่ เพื่อหาวิธีลดริ้วรอยด้วยการหลีกเลี่ยงและแก้ไขค่ะ

  1. การนอนตะแคงหรือคว่ำหน้านานๆ

การนอนคว่ำหน้าหรือตะแคงหน้าในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งคืนนั้น จะเป็นการย้ำรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากธรรมชาติของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวหนังเรานั้นทำงานผิดปกติและผิดรูปผิดร่างไปด้วย ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วหน้าเราจะมีริ้วบางๆ เป็นเส้นยาวๆ ขึ้นมา หรืออาจจะทำให้หน้าย่นไปเลยก็ได้นะคะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย เพียงคุณลองปรับพฤติกรรมการนอนของตัวเองดูค่ะ หากใครชอบการนอนตะแคง ก็ลองเปลี่ยนข้างดูบ้างหรือทางที่ดีคือ นอนหงายเลยค่ะ นอกจากจะไม่ส่งผลให้หน้าเหี่ยว และช่วยลดริ้วรอยแล้ว ยังเป็นท่าที่หายใจสะดวกที่สุดด้วยนะคะ

  1. หน้าเหี่ยวเพราะความเครียด

สาเหตุที่ความเครียดทั้งหลาย มันมีผลกับหน้าตาของเราก็เพราะสมองเนี่ยหล่ะค่ะ ที่เป็นตัวสั่งการให้เราแสดงออกทางหน้าตา ทุกครั้งที่เราเครียด วิตกกังวล หรือไม่สบายใจหน้าเราจะบูดบึ้งจนคิ้วขมวดเข้าหากัน คือสาเหตุของการเหี่ยวย่นและริ้วรอยบนใบหน้าค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ปัญหาความเครียดเกิดมาจากความคิดของเราค่ะ เพราะฉะนั้น เรื่องบางหากสามารถปล่อยวางได้ก็ต้องปล่อยวาง เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้ อยากให้ทุกคนมองโลกไปในทางที่ดีมากกว่าร้าย เพียงแค่คิดบวกก็สามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้แล้วค่ะ

  1. ตากแดดมากเกินไป

แสงแดดถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่เป็นตัวการของการเกิดริ้วรอย และจุดด่างดำบนใบหน้าค่ะ เนื่องจาก 70% ของการเกิดความชราของผิวหนังขึ้นอยู่กับแสงแดดที่ผิวได้รับในตลอดช่วงอายุของเรา อีกทั้งยังทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลงและนำไปสู่ผิวหย่อนคล้อย ซึ่งรังสีต่างๆ ในแสงแดดจะไปเร่งให้คอลลาเจนและอิลาสตินภายใต้ผิวหนังซึ่งล้วนแต่เป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและเรียบเนียนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น  ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยและแห้งกร้าน

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย คือ การทาครีมกันแดดค่ะ ไม่ว่ากิจกรรมประจำวันของคุณต้องออกไปเผชิญแสงแดดหรืออยู่ในที่ร่มก็ไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และหากต้องออกแดดเป็นเวลานานก็ควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงค่ะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยได้ค่ะ

  1. แต่งหน้าแล้วขี้เกียจล้างออก

สาวๆ ทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันบางทีก็ขี้เกียจอาบน้ำ แถมลืมล้างหน้าเช็ดเครื่องสำอางออกด้วย ตื่นมาก็อย่าตกใจนะคะเมื่อส่องกระจกแล้วแทบช็อคที่เห็นหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นสุดเหี่ยว เพราะเครื่องสำอาง และฝุ่นต่างๆ จะเข้าไปอยู่ในรูขุมขนของเราตอนนอน แถมทำลายคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวหน้าอีกด้วย นอกจากมีโอกาสเกิดสิวแล้ว การไม่ล้างเครื่องสำอางจะยิ่งไปกระตุ้นให้ผิวดูเหี่ยว ทิ้งริ้วรอยไว้ให้ดูต่างหาก

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย เอาเป็นว่า ไม่ว่าคุณจะขี้เกียจอาบน้ำแค่ไหนไม่ว่ากันค่ะ แต่ได้โปรดอย่าลืมล้างเครื่องสำอาง และล้างหน้าให้สะอาด เพื่อช่วยป้องกันและลดริ้วรอยนะคะ

  1. ผิวหนังเหี่ยวเพราะพฤติกรรม Yo-Yo

พฤติกรรม Yo-Yo ก็คือการ ขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำหนักตัวเรานั่นเองค่ะ ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาหลักๆ ของเพศหญิงซะด้วย เพราะการ Yo-Yo นั้นทำให้ผิวหนังเรายืดๆ หดๆ ไปมาอย่างต่อเนื่อง และมันจะส่งผลกระทบต่ออัตราความยืดหยุ่นของผิวหนังเรานั่นเอง พูดง่ายๆ  คือ “ยืดแล้วไม่ค่อยจะอยากหด” แล้วผิวของเราจะเหี่ยว ย้อย และบางรายอาจทำให้เกิดรอยแตกลายของผิวหนังได้ค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ต้องพยายามรักษาเสถียรภาพของน้ำหนักตัวเองค่ะ เมื่อลดน้ำหนักแล้วก็รักษาไว้ให้คงที่ หรือถ้าจะปล่อยให้รูปร่างอวบอัด ก็อย่าปล่อยจากอวบกลายเป็นอ้วนนะคะเพราะเมื่อเวลาผอมแล้วมันจะเหี่ยวจนเห็นริ้วรอยชัดเจน หากเกิดขึ้นแล้วยากต่อการลดริ้วรอยค่ะ

 

  1. สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยบริเวณที่ผิวหนังบอบบางกว่าบริเวณอื่น เช่น หางตา เหนือริมฝีปากบน เป็นต้น ซึ่งริ้วรอยดังกล่าวจะเกิดเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-15 ปี แถมยังทำให้หน้าแห้งได้ง่าย เนื่องมาจากเมื่อคุณสูบบุหรี่จะทำให้วิตามินซีในเลือดลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ส่งผลให้คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง เพราะว่า วิตามินซีถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตโปรตีนดังกล่าว

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลโดยตรงต่อวิตามิน A ที่ช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ และคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เป็นวิตามินสำคัญในการสร้างเซลล์ให้ร่างกาย หากร่างกายมีปริมาณคอลลาเจนที่น้อยลง ผิวก็จะขาดความชุ่มชื้น ความอ่อนเยาว์ และความยืดหยุ่นไปในตัวค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย สำหรับบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นถ้าลดได้ก็ลดนะคะ เลิกได้ก็เลิก มันไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายเท่าผลเสียของมันหรอกค่ะ นอกจากนั้นควรดื่มน้ำตามไปเยอะๆ เลย เพราะว่ามันจะทำให้ผิวเราที่แห้งและขาดน้ำกลับมาชุ่มฉ่ำเหมือนเดิม ดังนั้น หากยากป้องกันและลดริ้วรอยก็พยายามเลิกให้ได้ค่ะ

  1. เคี้ยวหมากฝรั่ง

สาวๆ คนไหนที่เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยจะสังเกตได้ง่ายมากค่ะ เพราะจะมีริ้วรอยบริเวณรอบปากอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ดูมีอายุเพราะว่ามีรอยย่อนโดยเฉพาะบริเวณปากล่างแถมเคี้ยวมากๆ อาจส่งผลต่อโครงสร้างภายในของปากอีกต่างหาก

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย แนะนำให้ลดการทานหมากฝรั่งลง เพื่ิอลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นนะคะ หรือถ้ากลัวปากเหม็นอาจจะเปลี่ยนเป็นการอมลูกอม หรือหมั่นแปรงฟันบ่อยๆ จะดีกว่าค่ะ

  1. โดยสารทางเครื่องบินบ่อยๆ

บางคนออกอาการงงเลยค่ะ ว่าอยู่ในเครื่องบินผิวจะเหี่ยวได้ยังไง เอาเป็นว่าลองนึกดูนะคะ ยิ่งเราในที่สูงแสงแดดยิ่งแรงเพราะไม่ได้ผ่านตัวกรอง และยิ่งเราอยู่บนเครื่องบินแล้วล่ะก็เราจะพบกับแสง UV จากดวงอาทิตย์แบบเต็มๆ ชนิดที่ว่าไม่กรองกันให้เลย ซึ่งเจ้า UV เนี่ยคือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผิวหนังเราหม่นหมองและเสื่อมสภาพ และมากไปกว่านั้นผิวเราจะแห้งมากกว่าอยู่บนพื้นดินถึง 2 เท่า เพราะอากาศข้างบนนั้นเย็นกว่าข้างล่างมากผิวเราเลยแห้ง การที่ผิวแห้งจะทำให้ผิวของเราขาดความยืดหยุ่น และอาจจะทำให้แตกและเป็นขุยได้ค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย ควรพก Moisturizer ที่มี SPF เป็นส่วนผสมขึ้นเครื่องบินไปด้วย หรือไม่ก็ทาก่อนขึ้นเลยก็ได้ค่ะ เพื่อให้ความชุ่มชื่นลดริ้วรอย (ถ้าใครจะพกก็อย่าให้เกิน 100 มิลลิลิตรนะคะ) และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อาหารเค็ม และดื่มน้ำเยอะๆ ระหว่างอยู่บนบิน ส่วนใครที่นั่งริมหน้าต่างแนะนำให้เลื่อนที่บังแดดลงมาด้วยค่ะ

  1. ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

ยาบางชนิดมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ เช่น ยาแก้หอบหืด ยาแก้โรคไขข้อกระดูก ยาทารอยแผลเป็น รวมไปถึงยาเพิ่มความขาวทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งผลเสียของสเตียรอยด์นั้นจะส่งผลต่อปริมาณคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง และทำให้ผิวหนังบางลง ไม่ทนต่อแดดได้เท่าที่ควร และเมื่อผิวหนังเราไม่มีคอลลาเจนและอิลาสติน แถมยังเจอศัตรูร้ายอย่างแสงอาทิตย์ผิวเราก็มีแต่พังอย่างเดียวค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย สำหรับคนที่ใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อยู่โดยไม่มีความจำเป็นนั้น แนะนำให้เลิกใช้เถอะค่ะ ซิสขอแนะนำ ไฮยา เอสเซนส์เนื้อโลชั่น  ที่มีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมผิวที่เสีย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยเพิ่มความเต่งตึงให้ผิวแลดูกระจ่างใส ผิวฟู ดูอิ่มเอิบภายใน 15 นาที เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ 130% ภายใน 7 ชั่วโมง

  1. การกินแป้งและน้ำตาลเยอะ

อาหารแปรรูปบางประเภทที่มีแป้งเยอะๆ หรือมีน้ำตาลเยอะๆ นั้น สามารถทำให้เราหน้าเหี่ยวได้ค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำตาลในเลือดเราสูงขึ้น ทำให้ชั้นเซลล์ผิวของเราเกิดการอักเสบขึ้นมา แต่การอักเสบนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการเจ็บปวดแต่ประการใดนะคะ แต่ผลจากอาการอักเสบจะส่งผลต่อคอลลาเจนและอิลาสตินที่ทนการอักเสบไม่ไหวจนเสื่อมไปตามสภาพค่ะ

วิธีแก้ไขเพื่อลดริ้วรอย พยายามลดทานอาหารที่มีปริมาณของแป้งหรือน้ำตาลเยอะเกินไป แล้วให้เลือกทานผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ เช่น สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้รสเปรี้ยว ฯลฯ เพื่อลดริ้วรอย แถมพ่วงด้วยสุขภาพที่ดีด้วยค่ะ

3 วิธีลดปัญหาผิวหน้าแห้ง-min

3 วิธีลดปัญหาผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้ง ยอดปัญหาผิวหน้าที่ทำให้แก่ก่อนวัย ผิวแห้งมักเกิดริ้วรอยได้ง่าย วิธีการดูแลผิวหน้าที่แห้งหยาบกร้านมีหลายอย่าง แต่วันนี้ซิสเอาวิธีธรรมชาติมาให้เหล่าซิส ได้ลองนำไปใช้กันด้วยนะคะ

  1. ผิวแห้ง คือผิวที่ขาดน้ำ นอกจากการดื่มน้ำเยอะๆ แล้ว เราต้องทดแทนความชุ่มชื้นและน้ำมันที่สูญเสียไป โดยการใช้น้ำมันธรรมชาติชนิดต่างๆในการบำรุงผิวพรรณ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันอาร์แกน น้ำมันงา เบบี้ออย
  2. เลือกใช้สบู่ที่มีค่าพีเอช 7 หรือน้อยกว่า (มีความเป็นกรด) เพราะจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีกว่าสบู่ที่เป็นด่าง หรือจะใช้เป็นโฟมล้างหน้าสำหรับผิวหน้าแห้งโดยเฉพาะ เพื่อลดการเกิดริ้วรอย
  3. การบำรุงผิวหน้า ด้วยวิธีธรรมชาติ การพอกบำรุงหน้า

3.1 ไข่ไก่ นำมาพอกหน้า ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นทำได้ทุกวันก่อนนอน เพราะไข่ขาวจะช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างบนผิวหน้าได้ดี

3.2 น้ำผึ้ง มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวหน้าและผิวกาย ทำผิวนุ่มชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ในน้ำผึ้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอย การพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง สามารถทำได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ

3.3 แตงกวา เป็นพืชที่มีน้ำเยอะ จึงมีคุณสมบัติในการช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวหน้าสดชื่น ดูอิ่มน้ำ ช่วยลดสิว จุดด่างดำ ช่วยบำรุงให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ ผิวหน้าดูขาวใส สามารถนำแตงกวาหั่นเป็นชิ้นบางๆ มาวางไว้บนใบหน้า เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า

3.4 โยเกิร์ต มีคุณสมบัติช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตรงรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวแห้งหยาบกร้าน กลับมานุ่มเนียนชุ่มชื่นสดใส รับประทานก็มีประโยชน์มาก หากนำมาพอกหน้า ควรเลือกแบบธรรมชาติ

3.5 มะเขือ ช่วยกระชับรูขุมขน รักษาสิว ทำให้ใบหน้าดูขาวเปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยลดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ดีอีกด้วย คั้นเอาแต่น้ำแล้วใช้สำลีมาชุบทาที่ใบหน้า ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

3.6 มะละกอ ช่วยให้ผิวของเราแข็งแรง ซ่อมแซมบำรุงรักษาผิว ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยอันควร และทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส นำมะละกอมาบดให้ละเอียด แล้วทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้าง จะทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้น

3.7 ว่านหางจระเข้ สุดยอดตัวช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น มีกรดอ่อนๆ ทำให้ช่วยลดริ้วรอย รอยดำรอยแดงได้ใช้เนื้อวุ้นที่ล้างสะอาดทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง แค่นี้ก็จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น

ส่วนใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ไม่สะดวกในการหาวัตถุดิบต่างๆละก็ซิสมีของดีมานำเสนอ นวัตกรรมล่าสุดของสกินซิสต้า นั่นก็คือ HYA Intensive ที่อัดแน่นไปด้วยความชุ่มชื้น ผิวใส เด้ง อิ่มน้ำ ใน 15 นาที ช่วยเสริมโครงสร้าง ceramide บนชั้นผิว สร้างความแข็งแรงพร้อมปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัย ให้ผิวหน้ากระชับเข้ารูป นุ่มฟู เนียนเรียบ  ตัวเดียวเอาอยู่เลยค่ะซิส

สิวอุดตัน ปัญหาผิวเรื้อรัง แก้ได้ด้วยความอ่อนโยน-min

สิวอุดตัน ปัญหาผิวเรื้อรัง แก้ได้ด้วยความอ่อนโยน

สิวอุดตันเป็นปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มวัยรุ่น ถึงจะมองเห็นไม่ชัดแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามเป็นสิวอักเสบได้ หากไม่ดูแลให้ดี และยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ ถ้าไม่ดูแลให้ดี วันนี้ซิสขอนำเสนอวิธีการปราบสิวอุดตันให้ลึกถึงต้นตอและไม่ก่อให้เกิดปัญหาเดิมๆอีกต่อไป

สาเหตุของสิวอุดตัน

เหมือนการเกิดสิวทั่วไป คือการสร้างไขมันมากเกินไปของต่อไขมันบนใบหน้า ลำคอ หลัง และลำตัว ซึ่งมีสาเหตุจากการล้างหน้าบ่อยเกินไป, ความเครียด หรือฮอร์โมน และอีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยมากๆ คืออาการแพ้ และเกิดจากการสะสมของเครื่องสำอางตกค้างและทำความสะอาดไม่หมดจด

การดูแลรักษา

ล้างหน้าอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้งก็พอ ในระหว่างวันใช้วิธีซับหน้าเบาๆ หากเกิดความสกปรกบนใบหน้า เช็ดเครื่องสำอางให้หมดก่อนล้างหน้าเสมอ และเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย เหมาะสำหรับสภาพผิวและรักษาผิวหน้าไม่ให้แห้งเกินไป

– เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติแก้ปัญหาสิวโดยตรง ควบคุมความมันบนใบหน้า และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว หากได้ผลิตภัณฑ์ที่ลดการเกิดสิวตั้งแต่ระยะแรก หรือ คอมิโดนได้ จะได้แก้ต้นเหตุของสิวได้อย่างยั่งยืน เช่น Acne Clear Booster ช่วยให้สิวยุบเร็ว ใช้หลังจากล้างหน้าแล้ว วันละ 2 ครั้งเช้าและก่อนนอน

** (คอมีโดน เกิดจากสิ่งสกปรก เซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมัน และแบคทีเรียในผิวหนัง ไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นสิวระยะที่ 2 ที่อักเสบหรือกลายเป็นสิวอุดตันต่อไปได้)

– สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอยู่เยอะ เพิ่ม Acne Clear Facial Cream เพื่อลดการเกิดคอมิโดนที่ฝังลึกใต้ผิวหนัง ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างดี จึงนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ใช้ทาหลังจากทาเซรั่มแล้ว มีคุณสมบัติพิเศษ ให้ผิวชุ่มชื่นและแข็งแรงอิ่มน้ำ ลดรอยแดงจากสิว แต่ไม่ทำร้ายผิวหน้า เพราะมีคุณสมบัติ อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว เพราะสกัดจากธรรมชาติ แก้ปัญหาได้ลึกตรงจุด

– คุณสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ควรทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้รังสี UV ทำร้ายผิวหน้า

– ควรใช้เครื่องสำอางที่ช่วยขจัดและป้องกันความมันบนใบหน้า ใช้ไพร์เมอร์ หรือครีมช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าเสมอ เพราะผิวที่มัน ทำให้ดูดฝุ่นละอองมาเกาะติดหน้าได้ง่ายขึ้น

สิวอุดตัน ไม่ควรถูกแกะ เกา หรือแตะต้อง เพราะสิ่งสกปรกจากมือของเรา จะนำพาแบคทีเรียตัวร้ายมาทำให้กลายเป็นสิวอักเสบได้ และอีกอย่างเมื่อเราแกะสิวอุดตัน จะกลายเป็นรอยดำจากสิว ที่แก้ยากกว่าเดิมเยอะ

การดูแลผิวหน้าหลังกดสิว ให้หน้าหายบวมแดงเร็ว-min

การดูแลผิวหน้าหลังกดสิว ให้หน้าหายบวมแดงเร็ว

ถ้าอยากให้สิวหาย ต้องไปกดเอาหนองในสิวออก แต่ก็ไม่ควรบีบหรือกดเองค่ะ ควรให้หมอกดให้ แต่ต่อให้หมอกดให้ หลังกดสิวทีไร หน้าก็บวมแดง รอยสิวยิ่งเห็นชัดกว่าเดิมอีก

วันนี้ซิส เลยขอแนะนำวิธีดูแลหลังกดสิว ให้หายบวม หายแดงเร็วขึ้นกว่าเดิมค่ะ

ดูแลผิวหลังไปกดสิวยังไง ให้หน้าหายบวม หายแดงเร็ว

1.ใช้น้ำแข็งประคบ

น้ำแข็งเป็นตัวช่วยแรกที่เราต้องนึกถึงเวลาไปกดสิวค่ะ หลังจากกดสิว ก็ให้รีบเอาก้อนน้ำแข็งมาประคบทันที เพื่อหยุดเลือดที่เกิดจากการกดสิว และลดอาการบวมแดงได้ค่ะ ซึ่งถ้าเราไปกดสิวตามคลีนิก ส่วนใหญ่แล้วหมอจะให้ก้อนน้ำแข็งสำหรับประคบสิวมาให้อยู่แล้ว แต่ถ้าที่ไหนไม่ได้ให้มา พอถึงบ้านปุ๊ป ก็ให้รีบหาน้ำแข็งมาประคบเลยค่ะ

  1. ลดอาการบวม แดงด้วยว่านหางจระเข้

ตัวช่วยหาง่ายยอดนิยม ที่มักมาใช้ในการรักษาผิว ซึ่งอาการบวม หรือรอยแดงจากการกดสิว ก็รักษาด้วยการใช้ว่านหางจระเข้เช่นกัน เพราะว่าว่านหางจระเข้ามีสรรพคุณในการสมานแผล และฟื้นฟูให้ผิวกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็ว ว่านหางจระเข้ไม่ใช่แค่ทำให้อาการบวม และรอยแดงหายเร็วเท่านั้น แต่ยังลดความเสี่ยงการเกิดรอยแผลเป็นได้อีกด้วย

 

  1. น้ำเกลือ ช่วยให้หายบวม หายแดงได้เร็ว

น้ำเกลือแบบเอาเกลือที่เราใช้ทำอาหารมาผสมกับน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากันนี่แหละค่ะ ช่วยลดอาการผิวอักเสบหลังไปกดสิวมาได้ เพราะว่าเกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ทำให้แผลสิวแห้งเร็ว พร้อมลดขนาดของสิวที่ไปกดมาให้เล็กลง และหายไปในที่สุดค่ะ วิธีการรักษาก็แสนง่าย เพียงแค่เอาเกลือ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นครึ่งแก้ว และเอาสำลีชุบน้ำเกลือ แล้วมาทาบริเวณที่กดสิวค่ะ

  1. ล้างหน้าให้สะอาด

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด และต้องทำสม่ำเสมอคือ การล้างหน้าให้สะอาด เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม จนสิวอักเสบขึ้นมาอีกได้

  1. ห้ามแกะสิว

บางคนอาจจะรู้สึกว่า สิวที่ไปกดมา มันบวมๆ ไม่เล็กลงสักทีก็จะชอบไปกด ไปบีบ หรือในกรณีที่แผลแห้งจนตกสะเก็ดก็ชอบเอามือไปแกะ เพราะอยากให้รอยสะเก็ดหายไป แต่จริงๆ แล้ว นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำค่ะ เพราะมือเราอาจพาเชื้อโรคเข้าสู่แผลสิวได้ และการแกะสิวอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ค่ะ

  1. ใช้เมคอัพปกปิดได้

แม้การแต่งหน้าจะเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับคนเป็นสิว แต่ในกรณีที่เราไปกดสิวมาแล้ว หัวสิวออกไปหมด เหลือแต่รอยแดง หรืออาการบวมอยู่นั้น ก็สามารถปกปิดด้วยการแต่งหน้าได้ค่ะ ถ้าตราบใดที่เรายังคงล้างหน้าอย่างสะอาดหมดจดอยู่เสมอ การแต่งหน้าก็จะไม่เข้าไปเพิ่มการอุดตัน หรือทำให้อาการของสิวรุนแรงขึ้น

Credit ภาพ / ข้อมูล : https://www.wongnai.com/beauty-tips/acne-noscars

หรือสาวๆคนไหนที่กลัวเจ็บ กลัวหน้าเป็นรอย ไม่ต้องกดสิวเลยจ้า ซิสแนะนำตัวนี้เลย  Acne Clear Booster ตัวนี้ ดูแลครบวงจรสิว ลดสิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ ป้องกันและรักษาสิวแบบถาวร ยับยั้ง P.acne (เชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิว) สาเหตุของการเกิดสิว ดูดซับความมัน และลดการเห่อแพ้ระคายเคืองของผิว เห็นผลใน 28 วันเลยค่ะซิส